ReadyPlanet.com
dot


ขอถามเรื่อง กฎแห่งกรรม ครับ (ไม่ทราบมาถามที่นี้ถูกรึป่าว)


เป็นเรื่องใกล้ตัวครับ คือ คุณพ่อผม ชอบวางยา สุนัขที่มาถ่ายเรี่ยราด ที่หน้าบ้าน โดยนอกจากจะสุนัขแล้ว สงสัยมีแมว ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาแอบกินด้วยรึป่าว สุนัขก็ไม่รุมีเดี้ยงไปบ้างรึยัง พูดตรงๆ ผมไม่พอใจอย่างแรงกับการกระทำนี้ แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลยครับ และไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ แค่แนะยังไม่อยากจะคิด คงจะเดานิสัยคุณพ่อผมออกนะครับ ประมาณ เจ้าอารมณ์ คุมอารมไม่อยู่ อาฆาต ไม่รับฟังความคิดเห็น ไม่เปิดรับสิ่งใหม่ ไม่รุการวางตัวที่เหมาะสมในสังคม ไม่เคารพผู้อื่น เป็นคู่สนทนาที่ดีไม่ได้ ตระหนี่ ไม่สนใจศาสนา ฟังเพลงไม่เป็น อีคิวต่ำ บลาๆๆ อาจจฟังดูเวอร์เกิน แต่เป็นจริงทั้งหมดครับ คุณพ่อมีดีแค่ตรงที่เป็นคนกตัญญูต่อมารดามาก(ไม่ใช่ภรรยานะครับ) ไม่ดื่ม ไม่เที่ยว ไม่มีภรรยาน้อย ขยันทำธุรกิจ อุตสาหะ เที่ยงธรรมแต่วิธีการรุนแรง ประมาณเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ 555+ ล้อเล่นคับ น่าแปลกตรงที่ เวลาอารมณดี จะเหมือนคนละคน ดูร่าเริงเป็นพิเศษ จนบางทีมันจะปล่อยไก่ในวงสังคมเช่น โต๊ะอาหาร บ่อยๆ ผมไม่สนิทกับพ่ออย่างแรง แบบรุสึกอยู่ด้วยแล้วอึดอัด ไม่น่ารักน่าคบ แต่ไม่ทะเลาะอะไรทั้งนั้นครับ อยู่อย่างสงบสุขดี คุณพ่อก็โอเคกับผมครับ ความจริงท่านก็ดีแหละครับ เพียงแต่ผมอยู่ด้วยแล้วอึดอัดเลยไม่ค่อยชอบ เอนเตอร์เทนไม่ค่อยเป็น กลับมาเรื่องสุนัข คนทำจะได้รับผลกรรมแน่ๆใช่ไหมครับ แล้วมันจะมาลงที่คนอื่นไหมครับ แบบ คนรอบข้างแบบนี้ แบบที่เคยได้ยินว่ามาเกิด กะลูก บริวาร อะไรประมาณนั้น ผมว่าถ้าเป็นยังงั้น ระบบกรรมคงห่วยมาก และไม่ยุติธรรมอย่างแรง ใครทำก็โดนเองสิ เรื่องอะไรคนอื่นมาซวย ตัวเองทำแล้วไม่โดนเองมีที่ไหน ผมไม่พอใจกรกระทำคุณพ่อมาก ไม่ใช่เพราะเรื่อง ละอายต่อบาปเป็นเหตุผลหลัก แต่เป็นเพราะมันไม่ถูกต้องและ น่าจะมีวิธีที่นุ่มนวลและดีกว่านี้ สรุปคือ คนอื่นจะเดือดร้อน ต้องมารับผลจากพ่อ รึป่าวเนี่ย อยากให้เขาโดนเองมากกว่า จะได้สาสม ไหนๆก็ไหน เวบนี้เปนเวบโหร คุณพ่อ เกิด 12 สิงหาคม 2495 กรุงเทพ เวลาไม่แน่นอน แต่คุณพ่อบอกว่า แถวๆ เช้ามืด อาจจะประมาณ ตี4 ครับ


ผู้ตั้งกระทู้ เด็กกลุ้มแทนพ่อ :: วันที่ลงประกาศ 2008-03-03 20:35:22 IP : 58.9.14.121


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (980773)
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ สำหรับดวงคุณพ่อ อยากถามเรื่องอะไรล่ะครับ เพื่อนๆเขา จะได้ตอบกันได้ถูกประเด็น สำหรับเรื่องกฏแห่งกรรม ในความเห็นส่วนตัวของผมเองนั้น แค่อยากจะบอกว่า ผู้ใดสร้างกรรมผู้นั้นต้องรับกรรมอยู่แล้วครับ และสำหรับการที่มักจำได้ยินว่า ลูก บริวาร จะได้รับผลด้วยนั้น ก็คงเป็นผลกระทบ ซึ่งก็เป็นธรรมดาอีกแหละครับที่จะเกิด ไม่ได้เป็นความบกพร่องของระบบประมวลผล ใดๆทั้งสิ้น เมื่อกรรม คือการกระทำ หากคุณพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว ได้ไปด่าข้างบ้านไว้อย่างรุนแรง (ทำกรรมไม่ดี) คุณคิดว่าคนในบ้านจะมองหน้าข้างบ้าน หรือยิ้มแย้มแจ่มใสกันได้เหมือนเดิมหรือเปล่าล่ะครับ ยิ่งหากทำกรรมหนัก คือไปกระทืบหัวหน้าครอบครัวข้างบ้าน แบบนี้ยิ่งไปกันใหญ่จริงไหมครับ แล้วลองคิดต่อว่า ถ้าเขาทำคืนกับพ่อคุณไม่ได้ ก็อาจมาลงที่พี่สาว น้าสะใภ้ หรือคุณแม่บ้าน ก็เป็นได้ ก็แค่อยากจะแลกเปลี่ยนกันเท่านั้นครับ ระบบกรรมนั้นจะว่าลึกซึ้งก็ไม่ใช่ จะว่าเข้าใจง่ายก็ไม่เชิง ผมมีเคล็ด(ไม่)ลับจะบอกว่า "มองให้เป็นธรรมดา แล้วจะเห็นชัดทุกเรื่องกรรม" เพราะเรื่องของธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ นั่นเองครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น holis วันที่ตอบ 2008-03-04 00:54:33 IP : 124.120.173.184


ความคิดเห็นที่ 2 (981258)

อ่านคำถามของคุณแล้ว รู้สึกว่าจะมีหลายประเด็นทำให้ตอบยาก ผมจึงขอสรุปคำถามของคุณสั้นๆว่า "ถ้าพ่อทำบาป ลูกรับกรรมใช่ไหม?" และขออนุญาตตอบยาวๆครับ :)

เรื่องแรกที่ผมอยากอธิบายกับคุณก่อนคือ การคิดไม่ดีกับพ่อ เป็นกรรมที่ไม่ดี ทำให้จิตของคุณเศร้าหมองเอง ถือว่าเป็นกรรมของคุณที่ก่อคุณเอง คุณย่อมได้รับผลของการคิดนั้นแน่นอน ซึ่งผลเป็นอย่างไร คุณสามารถวิเคราะห์จากหลักที่ผมจะอธิบายต่อไปได้เอง ผมอยากให้คุณคิดถึงพ่อคุณในแง่ดีเป็นหลัก เพราะท่านให้โอกาสคุณเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากของสัตว์โลก (การเกิดในทุคติภูมิ เป็นเรื่องง่ายกว่าการเกิดในโลกมนุษย์มาก ที่สำคัญการเกิดเป็นมนุษย์ ถือว่าเป็นการเกิดในสถานะที่มีโอกาสพัฒนาตนเองสูงที่สุด ยิ่งไปกว่าการเกิดเป็นเทวดามาก) ท่านเลี้ยงคุณมาจนโต เท่าที่คุณเขียนมา ดูเหมือนคุณจะได้รับโอกาสในชีวิตดีกว่าคนส่วนใหญ่ทั่วโลกมาก ส่วนเรื่องไม่ดีของพ่อ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ย่อมมีด้านดีและด้านไม่ดี ในฐานะลูก ก็ต้องหาโอกาสสนับสนุนให้บุพการีของเราได้ทำความดี ละความชั่ว มีความเห็นที่ถูกต้อง แต่จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง กว่าพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวา ผู้เลิศในด้านปัญญา จะสามารถชักจูงให้มารดาของท่านหันมาเชื่อพระพุทธศาสนา ก็เป็นวันสุดท้ายของชีวิตมารดาท่านแล้ว แต่ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่บุตรอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ผมจึงอยากให้คุณคิดถึงคุณพ่อคุณในด้านดีเป็นหลัก และทำหน้าที่บุตรด้วยการหาหนทางให้ท่านมาสู่ทางที่เป็นกุศลของชีวิตครับ

กฎแห่งกรรม เป็นเรื่องใหญ่ในพระพุทธศาสนา มีคำอธิบายไว้หลากหลาย มีความซับซ้อนอยู่มาก เริ่มต้นจากความหมายของกรรมในทางพระพุทธศาสนาก่อน กรรม แปลว่า การกระทำ ซึ่งเป็นคำกลางๆ ไม่ดี ไม่ร้าย ถ้าทำดี ก็เรียกว่า กรรมดี ถ้าทำชั่ว ก็เรียกว่า กรรมชั่ว คำว่ากรรมนี้ไม่ได้แปลว่าผลของการกระทำดังที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิด ผลของการกระทำหรือผลของกรรม ทางพระเรียกว่า วิบากกรรม

ลองมาวิเคราะห์ตัวคุณพ่อคุณก่อน (บนสมมติฐานที่ว่า สิ่งที่คุณเขียนมาเป็นจริง) การวางยาสุนัขถือว่าเป็นการกระทำกรรมชั่ว เพราะเป็นการฆ่าสัตว์ ซึ่งอยู่ในอกุศลกรรมบถ ข้อแรก ซึ่งมีองค์ประกอบ 5 อย่างจึงจะเรียกว่าอกุศลกรรมบถ นั่นคือ 1. สัตว์มีชีวิต 2. รู้อยู่ว่าสัตว์มีชีวิต 3. จิตคิดจะฆ่า 4. พยายามเพื่อจะฆ่า 5. สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น หากการการกระทำของพ่อคุณมีองค์ประกอบครบถ้วนทั้ง 5 ประการ ถือว่าเป็นการทำอกุศลกรรมบถ ซึ่งให้โทษแน่นอน

คราวนี้ลองวิเคราะห์ต่อว่า พ่อคุณจะได้รับโทษอย่างไรจากการกระทำนี้ ในทางพุทธ ขนาดของโทษ ขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 อย่างคือ 1.วัตถุ คือ สัตว์ที่พึงฆ่า ถ้าสัตว์ใหญ่ โทษมาก ถ้าสัตว์เล็ก โทษน้อย 2.ประโยค คือ ความพยายามในการทำอกุศล ถ้าพยายามมาก พยายามนาน โทษมาก 3.เจตนา คือความจงใจในการกระทำอกุศล ถ้าเจตนาซึ่งประกอบด้วย โลภ โกรธ หลง รุนแรง โทษก็แรง กรณีของคุณพ่อคุณ คุณลองวิเคราะห์ตามหลักนี้ดู ก็จะทราบเองว่าโทษมากหรือน้อย

คำถามต่อมา คือ พ่อคุณจะรับโทษเมื่อไหร่ เรื่องนี้ตอบยากครับ เพราะมีปัจจัยเกี่ยวข้องอยู่มาก คัมภีร์ทางพุทธ แบ่งออกเป็น 4 ข้อ คือ ให้ผลในปัจจุบัน, ให้ผลในชาติถัดไป, ให้ผลในชาติต่อๆไป และกรรมที่ให้ผลเสร็จแล้วหรือไม่มีผล (อโหสิกรรม) แต่หลักโดยทั่วไปแล้ว กรรมใดไม่ว่าดีหรือชั่ว ถ้าหนัก ให้ผลก่อน

คราวนี้มาถึงคำถามที่ผมเข้าใจว่าเป็นคำถามที่คุณอยากทราบคือ ผลของการกระทำชั่วของพ่อคุณ จะส่งมายังคุณหรือไม่ คำตอบคือ ผลของการกระทำนั้นไม่ส่งผลโดยตรงกับคุณ แต่อาจส่งผลทางอ้อมมาเสริมกับกรรมของคุณเอง กล่าวคือ คุณไม่ได้ฆ่าสัตว์เอง คุณก็ไม่ได้รับโทษจากการฆ่าสัตว์นั้นแน่นอน แต่การที่คุณเป็นลูกของพ่อ หากมีคนตำหนิรังเกียจการกระทำของพ่อ ก็อาจพาลมาถึงคุณได้ เช่น ทำไมคนในครอบครัวไม่ห้ามกันเลย เป็นต้น และอาจจะเป็นปัจจัยมาผสมกับกรรมของคุณเอง เช่น หากคุณทำดี ผลของความดีอาจยังไม่ส่งผล เพราะถูกห้ามโดยกรรมของพ่อคุณ หรือหากคุณทำชั่ว ผลที่ได้รับอาจส่งผลมาก เพราะกรรมของพ่อคุณเป็นตัวเสริม ฯลฯ เหตุปัจจัยที่เป็นตัวสนับสนุนให้กรรมที่เรากระทำให้ผลนั้น มีอยู่ 4 อย่างคือ
1) คติ คือ ที่เกิด หากเกิดในครอบครัว สังคม ประเทศที่ดี การทำดีมักให้ผลได้ง่าย การทำชั่วมักให้ผลได้ยากกว่าปกติ ตัวอย่างมีอยู่ทั่วไป เช่น คนบางคนทำความชั่วมากมาย แต่
เกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีหรือมีอำนาจมาก (ไม่ได้แปลว่าคนดีนะครับ) ย่อมทำให้ผลของความชั่วเกิดได้ยาก เพราะครอบครัวสามารถใช้อำนาจบางอย่างยื้อผลนั้นออกไป แต่ผลของการกระทำชั่วนั้นย่อมส่งผลแน่นอน เมื่อปัจจัยนี้อ่อนลง (ในทางโหราศาสตร์ อาจพิจารณาได้จาก ลัคนาและเรือนที่ 1)
2) อุปธิ คือ รูปร่าง คนที่เกิดมารูปร่างหน้าตาดี สมบูรณ์ ไม่มีอวัยวะบกพร่อง ก็ย่อมได้เปรียบ (ในทางโหราศาสตร์ อาจพิจารณาได้จาก อาทิตย์ จันทร์)
3) กาล คือ ยุคหรือสมัยที่อยู่ เช่น หากเกิดในยุคสงคราม ก็ย่อมเสียเปรียบคนที่เกิดในยุคสงบ (ในทางโหราศาสตร์ อาจพิจารณาได้จาก ดาวเคราะห์ชั้นนอกและดาวทิพย์)
4) ปโยคะ คือ ความเพียรหรือความพยายาม คนขยันย่อมเสริมให้ผลการกระทำเกิดเร็วขึ้น (เรื่องนี้เป็นกรรมปัจจุบัน พิจารณาจากโหราศาสตร์ได้ยาก แต่พอจะดูได้จากพื้นดวงทั่ว
ไปว่ามีแนวโน้มเป็นคนขยันหรือไม่)

กรณีของคุณ คือ ที่เกิด คุณเกิดมาในครอบครัวของพ่อคุณ ก็ย่อมเป็นเหตุปัจจัยที่จะหนุนให้การกระทำของคุณให้หรือไม่ให้ผลตามหลักดังกล่าว แต่เรื่องหลักก็คือ การกระทำของคุณเองครับ

ตอนท้าย คุณถามเรื่องดวงของพ่อ แต่ไม่มีคำถามว่าจะดูเรื่องอะไร ก็ไม่ทราบว่าจะตอบอะไรครับ ถ้าดูจากอาทิตย์อยู่ราศีสิงห์ ธรรมชาติของคนราศีนี้ ในด้านดี คือ มักมีบุคลิกความเป็นผู้นำ มีแรงผลักดันไปสู่ความสำเร็จในชีวิต ด้านไม่ดีคือ ต้องการเอาชนะจนทำให้ชีวิตไม่สงบ การชักจูงคนราศีสิงห์ ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ถ้าคุณบอกว่าเขาทำผิด เขาไม่ฟังคุณแน่นอนครับ เพราะราศีสิงห์มีฟอร์มเยอะและไม่อยากตามใครด้วย เราต้องค่อยๆให้ข้อมูลกับเขา จนเขาคิดได้เอง และอาจจะมาบอกเราว่า เขาเป็นเจ้าของความคิดนั้น และอาจกลับมาสอนให้เราทำตามด้วย (ลีลาการสอนของราศีสิงห์ ออกไปทางออกคำสั่งมากกว่าสอนครับ) หวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการชักจูงพ่อของคุณให้ละจากอกุศลนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Pallas วันที่ตอบ 2008-03-04 12:35:17 IP : 61.90.143.87


ความคิดเห็นที่ 3 (981590)

เราทุกคนเกิดมาล้วนมีกรรมเป็นของตนเอง ใยต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจห่วงใยในผู้อื่นด้วยเล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น ninja วันที่ตอบ 2008-03-04 17:31:24 IP : 58.9.122.180


ความคิดเห็นที่ 4 (981954)

คุณ pallas ตอบได้น่าสนใจมากๆครับ นับถือๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น holis วันที่ตอบ 2008-03-05 00:50:38 IP : 124.120.170.152


ความคิดเห็นที่ 5 (983354)

แหม๋พาลคิดไปว่าคุณ pallas เคยบวชเป็นพระมาก่อนนะค่ะ

สาธุค่ะ และเห็นด้วยกับสิ่งที่พูดไปค่ะ นับถือๆด้วยคนนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้งหนิง วันที่ตอบ 2008-03-06 00:49:40 IP : 61.19.65.113


ความคิดเห็นที่ 6 (983709)

คุณตุ้งหนิงทายถูกอีกแล้ว นี่ขนาดยังไม่เห็นวันเดือนปีเกิดเลยนะครับ :)

ผมเคยบวชมาหนึ่งพรรษา สอบผ่านนักธรรมตรี ตอนนี้สอบผ่านธรรมศึกษาโทแล้ว กำลังเล็งอยู่ว่าปลายปีจะสอบธรรมศึกษาชั้นเอกดูครับ

สำหรับผู้สนใจเรื่องกฎแห่งกรรม ผมแนะนำให้อ่านหนังสือของท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เพราะท่านให้แนวคิดที่ทันสมัยเป็นวิทยาศาสตร์มาก เช่นเรื่อง "ทำอย่างไรจึงจะเชื่อเรื่องกรรม" เป็นต้น อีกเล่มหนึ่งที่น่าอ่านคือ "กฎแห่งกรรม" ของพระเทพวิสุทธิกวี (พิจิตร ฐิตวณฺโณ) ตอนนี้เข้าใจว่าสมณศักดิ์ของท่านจะเป็นพระธรรมวิสุทธิกวี เจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร ท่านรวบรวมเนื้อหาไว้ค่อนข้างเป็นระบบ น่าสนใจครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Pallas วันที่ตอบ 2008-03-06 09:29:13 IP : 125.25.201.240


ความคิดเห็นที่ 7 (4023618)
I never thought I would find such an everyday topic so enrnlatlihg!
ผู้แสดงความคิดเห็น mNQeDaLWisVC (qcjw12fbf-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-06-09 15:08:31 IP : 188.143.232.27


ความคิดเห็นที่ 8 (4024643)
You counld"t pay me to ignore these posts!
ผู้แสดงความคิดเห็น yzX3HdifjW (jktiktjj-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-06-09 21:03:53 IP : 188.143.232.27



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.