ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
เกี่ยวกับเรา Horauranian.com
dot
bulletรำลึกถึง อาจารย์ พลตรี ประยูร พลอารีย์
bulletเจตนารมณ์
bulletติดต่อเรา
bulletโหราพยากรณ์
dot
บทความ
dot
bulletเกร็ดโหรน่ารู้
bulletเจาะลึกโหรา
bulletโหราศาสตร์บ้านเมือง
bulletBlog อ.วิโรจน์
bulletแนะนำตำรา
bulletไพ่ยิปซี จักรราศี (Celestial Tarot)
bulletกระดานถามตอบ
bulletคลังบทความดวงเมืองเศรษฐกิจ 2550-2552
bulletคลังกระทู้โหราศาสตร์ที่น่าสนใจ
dot
บทความน่าสนใจ
dot
bulletประเทศไทยหลังคดียึดทรัพย์ 2553
bulletReturn of Great Depression?
bulletChange! ผู้นำยุคใหม่ของโลก
bulletเรือนชะตาจันทร์ 28 เรือน
bulletโหราศาสตร์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์
bulletเลือกฤกษ์มงคลด้วยตนเอง
bullet6 ขั้นตอนเพื่อการดูหมออย่างคุ้มค่า
bulletชนะใจคนรัก 12 ราศี
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletเพจ โหราศาสตร์ยูเรเนียน โดย อ.วิโรจน์ กรดนิยมชัย
bulletโหราศาสตร์ยูเรเนียน โดย อ.วิโรจน์ กรดนิยมชัย
bulletCelestial Strategist Blog
bulletBlog โหราเศรษฐกิจ
bulletเว็บไซต์ที่น่าสนใจ




โหราศาสตร์กับเงินตราสกุลหลักของโลก article

โดย Pallas
http://www.horauranian.com
http://pallasblogger.blogspot.com
สิงหาคม 2553

          กลายเป็นธรรมเนียมสำหรับผมไปแล้วที่จะถือโอกาสในวันโหรจรัญของทุกปี เพื่อเขียนบทความนำเสนอเรื่องราวทางโหราศาสตร์ที่ผมสนใจศึกษาอยู่มาแบ่งปันกับผู้สนใจ เพื่อบูชาปรมาจารย์โหรยูเรเนียนของเมืองไทย อ.จรัญ พิกุล ปีที่แล้ว (2552) ผมนำเสนอเรื่อง “การกลับมาของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่?” เพื่ออธิบายความเหมือนและความต่างของเหตุการณ์ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ของโลกในทศวรรษที่ ’30 แห่งศตวรรษที่ 20 กับวิกฤติเศรษฐกิจที่โลกกำลังเผชิญนับแต่ปี 2008 ที่ผ่านมา หรือบางท่านเรียกกันว่า วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในตอนท้ายบทความปีที่แล้ว ผมได้เขียนไว้ว่า

          “..อย่าเพิ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวแล้ว เพราะวิกฤติในปี 2010 ยังคงรออยู่ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจยังไม่จบ เรารู้เพียงว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ลดบทบาทการเป็นผู้นำหลักเพียงประเทศเดียวของโลกไปแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะมาแทนสหรัฐฯ จีนดูเหมือนมีสถานะที่ดูดี จากขนาดตลาดที่ใหญ่และเศรษฐกิจที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาภายในของจีนยังมีอีกมาก เงินดอลลาร์สหรัฐฯดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือว่าจะเป็นเงินตราหลักของโลกในเหมือนอดีต แต่เงินหยวนของจีนก็ไม่เข้มแข็งและโปร่งใสเพียงพอที่จะมาแทน เรายังคงต้องเฝ้ามองกันต่อไป..”

          มาถึงปีนี้ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวมดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ยังมองเห็นร่องรอยของความเปราะบางของการฟื้นตัวอยู่มาก ปลายปีที่แล้ว ดูไบก็ประสบปัญหาวิกฤติหนี้สินทั้งที่ก่อนหน้านั้นทุกคนก็คิดเอาว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางที่ร่ำรวยมหาศาลจากทรัพยากรน้ำมัน ไม่น่าจะเกิดปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่ก็ยังเกิดวิกฤติหนี้จนได้ มาต้นปีนี้ สหภาพยุโรปก็เจอวิกฤติหนี้สินของประเทศกรีซ โปรตุเกส อิตาลี และสเปน รวมเรียกกันว่าประเทศกลุ่ม PIGS (ย่อมาจาก Portugal, Italy, Greece และ Spain) ทำเอาค่าเงินยูโรร่วงลงไปอย่างน่าตกใจ จนทำให้บรรดาประเทศต่างๆในกลุ่มยูโรต้องรีบออกมาตรการพยุงกันใหญ่ ทั้งๆที่มองให้ละเอียดแล้ว แต่ละมาตรการเป็นการเพิ่มหนี้สินเข้าไปอีกทั้งสิ้น

          จากวิกฤติหนี้สินรัฐบาลในยุโรป (2010 European Sovereign Debt Crisis) ทำให้ผมเพิ่มความสนใจในเรื่องค่าเงิน และเงินตราสกุลต่างๆมากขึ้น จากการค้นคว้าของผม ผมคิดว่าในบรรดาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์มานั้น เงินตรา (Currency) เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มหัศจรรย์ที่สุด เพราะแท้จริงแล้ว เงินตราไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์สมมติขึ้นมา เพื่อใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการซึ่งกันและกัน แต่ได้วิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่า ชี้เป็นชี้ตายให้กับมนุษย์บนโลกได้ ดูอย่างวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ของบ้านเรา ค่าเงินบาทที่ร่วงลงอย่างหนักทำให้คนไทยต้องตกงานกันเป็นจำนวนมาก มนุษย์ทองคำหลายคนกลายเป็นยาจก เศรษฐีวันนั้นกลายเป็นเจ้าสัวเยสเตอร์เดย์ มีคนฆ่าตัวตายไปหลายคนจากวิกฤติดังกล่าว ประเทศไหนมีวิกฤติค่าเงิน เราสามารถคาดการณ์ได้เลยว่า อีกไม่นานก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือผู้นำประเทศ

          เมื่อเห็นความสำคัญดังกล่าว ผมจึงคิดที่จะนำโหราศาสตร์มาวิเคราะห์ดูว่า เราจะสามารถมองเห็นอะไรได้บ้างจากดวงชะตาของเงินตราสกุลต่างๆ ซึ่งผลการวิเคราะห์น่าจะทำให้มองเห็นอะไรดีๆหลายๆอย่าง จึงเป็นที่มาของบทความเนื่องในวันโหรจรัญในปีนี้ (พ.ศ. 2553)

          อีกทั้ง ผมได้ไปเปิดอ่านบทความเก่าๆที่เก็บสะสมไว้ พบว่า เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2542 อาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียนให้กับผม ได้เขียนบทความชื่อ “การปริวรรตเงินตรา” เพื่อระลึกการจากไปครบรอบ 6 ปีของอาจารย์ พลตรี ประยูร พลอารีย์ ในวันที่ 15 มีนาคม 2542 ขณะที่อาจารย์วิโรจน์เขียนนั้น ดาวพฤหัสโคจรอยู่ที่ประมาณ 0 เมษ กาลเวลาผ่านไปมาถึงวันนี้ ดาวพฤหัสก็โคจรครบรอบจักรราศีพอดี จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการบูชาครูด้วยการเขียนบทความในหัวข้อที่คล้ายๆกัน

          เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับเงินตราสกุลหลักของโลก ผมจึงหาวิธีการคัดกรองว่าจะวิเคราะห์เงินตราสกุลใดบ้าง เพราะเงินตราสกุลต่างๆในโลกนี้มีอยู่มากมายเหลือเกิน ผมจึงไปหาข้อมูลว่า เงินตราที่ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศนั้น มีสัดส่วนอย่างไร ก็ได้ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ดังนี้

รูปที่ 1 : สัดส่วนเงินตราสกุลที่ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ปี 2009

          จากแผนภูมิดังกล่าวจะเห็นว่า เพียงแค่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) และเงินยูโร รวมกันก็เป็น 90% ของเงินตราที่ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว ผมจึงตัดสินใจวิเคราะห์เงินตราทั้ง 2 สกุลนี้แน่นอน แต่เรามองข้ามขนาดประเทศจีนไปหรือเปล่า? ผมจึงไปค้นข้อมูลอีกชุดนั่นคือ ไปดูว่าประเทศใดมีขนาดเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะประเทศนั้นย่อมส่งผลต่อตลาดเงินตราระหว่างประเทศแน่นอน ก็พบข้อมูลดังนี้

          จะเห็นว่า ขนาดทุนสำรองของประเทศจีนมีมูลค่าสูงถึง 25%ของทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว  ส่วนประเทศไทยของเราก็มีขนาดทุนสำรองระหว่างประเทศติดอันดับต้นๆ