ReadyPlanet.com
dot


การจะดูว่าในดวงเล่นหุ้นได้มั้ย ต้องดูดาวชุดไหน?


การจะดูว่าในดวงเล่นหุ้นได้มั้ย ต้องดูดาวชุดไหน? หุ้นขึ้นหรือหุ้นลง ?ใช้ดาวชุดไหน คือยังผสมดาวไม่เก่ง ผมอ่านเจอในตำราเห็นพูดถึงแต่ หวยครับ ไม่ค่อยมีใครทายเรื่องหุ้น


ผู้ตั้งกระทู้ ไมตี้ :: วันที่ลงประกาศ 2007-10-09 14:30:58 IP : 58.8.160.170


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (784344)

ในทางปรัชญาแล้ว การเล่นหุ้นจะมีลักษณะคล้ายกับการเล่นหวย ซึ่งหมายถึงการเสี่ยงโชค เก็งกำไร กล้าได้กล้าเสีย ดังนั้น เรือนที่ 5, ราศีสิงห์ และอาทิตย์ จึงเป็นคอมเพล็กซ์ที่สำคัญในการพิจารณา ด้วยเหตุนี้หลายๆท่านจึงตั้งข้อรังเกียจการเล่นหุ้นเพราะเชื่อว่ามีความเสี่ยงไม่ต่างไปจากการเล่นหวย ซึ่งก็มีส่วนถูกอยู่บางส่วน หากนักลงทุนท่านนั้นลงทุนโดยไม่มีความรู้ในหุ้นที่ตนเองซื้อเลย

ในยุคสมัยนี้ เมื่อพิจารณาในเรื่องอัตราเงินเฟ้อซึ่งส่งผลให้มูลค่าของเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง และสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้แต่ละคนต้องวางแผนทางการเงินใหักับตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ แล้ว จะพบว่า การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจ เพราะในระยะยาวแล้วจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น ซึ่งจะทำให้เรามีเงินเพียงพอที่จะใช้ในยามเกษียณ เราจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อดูตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาแล้วพบว่าสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก นั่นหมายความว่า เงินที่เก็บในธนาคารมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับราคาสินค้า เมื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ว่ามาไม่ได้ ผมจึงเห็นว่าทุกๆคนควรที่จะสนใจหาความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ความรู้ในการประกอบอาชีพเลย

คนส่วนใหญ่มักมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นมีเฉพาะนักเก็งกำไร ซึ่งมีความเสี่ยงสูง และทำให้คนขาดทุนมานักต่อนัก ในความเป็นจริงแล้ว แนวทางการลงทุนในตลาดหุ้นมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น

- ลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) ซึ่งเป็นการลงทุนโดยเลือกหุ้นตามคุณค่าจริงๆ ไม่ใช่ดูที่ราคา นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากแนวทางนี้ เช่น วอเรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของโลก (อาทิตย์ราศีกันย์), ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร หัวหอกของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าในเมืองไทย ผู้ซึ่งทำกำไรชนะตลาดหุ้นกว่า 40% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา (อาทิตย์ราศีสิงห์)

- ลงทุนแบบเก็งกำไร (Speculative Investing) เป็นการลงทุนโดยเชื่อว่าสามารถอ่านอนาคตของราคาหุ้นออก จึงซื้อเมื่อเชื่อว่าราคาหุ้นจะขึ้น ขายเมื่อเชื่อว่าราคาหุ้นจะลง นักลงทุนแนวนี้ในต่างประเทศที่เรารู้จักกันดีคือ จอร์จ โซรอส เพียงแต่โซรอสเน้นการลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่าตลาดหุ้น ส่วนในเมืองไทยมีอยู่จำนวนมาก ที่ประสบความสำเร็จก็มี แต่ที่ขาดทุนมีมากกว่า

- ลงทุนแบบเน้นเงินปันผล (Dividend Investing) เป็นการลงทุนโดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลดี สม่ำเสมอ ในต่างประเทศ ผมยังนึกตอนนี้ไม่ออก แต่บ้านเรามีคุณเทพ รุ่งธนาภิรมย์ เป็นผู้จุดประกายแนวคิดนี้โดยการเขียนหนังสือออกมาหลายเล่ม ตั้งชื่อว่า กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ
ฯลฯ

ความเชื่อของผมคือ จะทำอะไรต้องศึกษาเรื่องนั้นให้รู้จริง ดังนั้น หากคิดจะลงทุนในตลาดหุ้น ก็ต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้น โหราศาสตร์เป็นเพียงเครื่องมือประกอบเท่านั้น เหมือนกับคิดจะเป็นแพทย์ ก็ต้องเรียนแพทย์ แล้วค่อยเอาโหราศาสตร์การแพทย์มาประกอบ ไม่ใช่ไปเรียนโหราศาสตร์การแพทย์แล้วตั้งต้นเป็นแพทย์เลย โดยไม่สนใจวิชาแพทย์โดยตรง

ดังนั้น เมื่อผมสนใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้น ผมจึงศึกษาหาความรู้เรื่องตลาดหุ้นเป็นหลัก โดยใช้โหราศาสตร์เป็นความรู้ประกอบ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมศึกษามา เรื่องโหราศาสตร์หุ้นนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนมาก มีปัจจัยที่นำมาพิจารณาหลายปัจจัย มีเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ก็มาก และไม่ค่อยมีใครสรุปภาพใหญ่มาให้เห็นชัดเจน ต่างคนต่างเน้นเฉพาะส่วนที่ตนเองเชี่ยวชาญ (ที่ผมเคยเห็นสรุปเป็นภาพใหญ่ที่น่าสนใจ ก็เห็นจะเป็นบทความของอาจารย์ประยูรเรื่อง โหราศาสตร์กับเศรษฐกิจ เมื่อปี 34-35) ดังนั้น เมื่อผมศึกษามาระยะหนึ่ง จึงได้คิดว่าภาพใหญ่ของโหราศาสตร์หุ้น น่าจะแบ่งเป็นสาขาหรือเทคนิคได้ดังนี้

1) พยากรณ์ภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ใช้ทฤษฎีวงรอบ ดวงเมือง ดวงประจำปี ดวงไตรมาส ดวงประจำเดือน ดวงตลาดหุ้น เป็นต้น (การวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาพ Macroeconomic Analysis)
2) พยากรณ์เหตุการณ์ของแต่ละบริษัท ใช้ดวงก่อตั้งบริษัทเป็นเหมือนดวงกำเนิด แล้วพยากรณ์คล้ายกับดวงคนปกติ (การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน หรือ Fundamental Analysis)
3) พยากรณ์ราคาหุ้น นิยมใช้ดวงวันเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นเหมือนดวงกำเนิด (การวิเคราะห์เชิงเทคนิค หรือ Technical Analysis)
4) พยากรณ์แนวทางการลงทุนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ใช้ดวงกำเนิดของเจ้าชะตาในการหารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม (การประเมินรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล Personal Investing Style)
5) พยากรณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน ทองคำ ทองแดง ฯลฯ จะคล้ายกับข้อ 1) และต้องทราบความหมายของปัจจัยที่เป็นตัวแทนของ
โภคภัณฑ์นั้นๆ

แต่ละสาขา เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น วันเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น (Listed Date) อาจจะไม่ใช่ดวงที่เป็นตัวแทนของราคาหุ้นที่ดี เพราะยังมีวันขายต่อประชาชนทั่วไป (IPO Date) และหุ้นนั้นอาจมีการเปลี่ยนชื่อบริษัท, เปลี่ยนตัวย่อ, แตกพาร์, ควบรวมกิจการ ฯลฯ ซึ่งทำให้ดวงที่สะท้อนราคาหุ้นก็เปลี่ยนไปได้

โดยสรุปแล้ว ผมเห็นว่า หากท่านใดสนใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้น สิ่งที่พึงทำเป็นอันดับแรก คือ ต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นก่อน ความรู้สำคัญกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น หลังจากนั้นจึงจะใช้โหราศาสตร์เป็นตัวประกอบ

อ้อ หากทฤษฎีเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นของคุณ Phainon หรือผม เริ่มตกผลึกบ้าง ก็อาจจะเขียนเป็นบทความในเว็บไซต์แห่งนี้ แต่คงต้องใช้เวลาเป็นปีล่ะครับ :)

ผู้แสดงความคิดเห็น Pallas วันที่ตอบ 2007-10-10 11:59:10 IP : 125.25.193.248


ความคิดเห็นที่ 2 (788855)
คุณ Pallas เขียนดีมาก น่าจะลงไว้ใน "เกร็ดโหรน่ารู้"
ผู้แสดงความคิดเห็น nUm วันที่ตอบ 2007-10-16 19:58:57 IP : 131.220.47.139


ความคิดเห็นที่ 3 (789474)
สำหรับการเสี่ยงโชคทุกประเภทก็น่าจะเริ่มกันที่คุณลักษณะส่วนตัวก่อนหละกัน ต้องมีความกล้า ตัดสินใจฉับไว อังคารต้องเข้มแข็งอยู่ถูกเรือนด้วยเช่นเรือนสาม สายตาต้องดี อาทิตย์ จันทร์ ศุกร์ ต้องดี ประสาทไว ความคิดไว พุธต้องเข็มแข็ง เป็นต้น เรือนสิบมีดาวบาปเคราะห์แข็งๆ มีแนวโน้มทำงานประเภทที่ไม่ค่อยน่าชื่นชมอย่างการพนัน โดยเฉพาะ มีศุกร์ ราหู ชอบเล่นม้า(จริงเป่าไม่รู้) เรือนหก การแข่งขัน และเจ้าเรือนหก เข้มแข็งดี อยู่ร่วมกับเจ้าเรือนสิบเอ็ด ในเรือนสิบเอ็ด เล่นการพนันแล้วชนะเสมอๆ ถ้าอยู่เรือนสิบสอง เล่นอะไรก็เจ๊ง มันเป็นไปเอง ทำอะไรผิดจังหวะไปหมด เรือนห้าเป็นพลังในการเก็งกำไร เรือนนี้ควรมีศุภเคราะห์ เจ้าเรือนต้องเข้มแข็ง อยู่ถูกที่ ได้โยคเกณฑ์จากศุภเคราะห์ เจ้าเรือนสิบ ในเรือนห้าก็ดี ดูสัมพันธ์ระหว่างเรือนห้ากับเรือนสองด้วย เรือนหนึ่งกับเรือนห้าด้วย เรือนหนึ่งกับเรือนเจ็ดด้วย ต้องดี ถ้าราหูอยู่เรือนห้าหรือเก้าหรือสิบเอ็ด แล้ว เป็นมิตรกับเจ้าเรือนดังกล่าวด้วย คือ ศุกร์ เสาร์ พุธ เลี้ยงชีพจากการเก็งกำไรได้เลย พวกนี้ย่อมาจากตำราของอินเดีย สำหรับทางยูเรเนียนรู้สึกอาจารย์ประยูรจะเคยมีคอร์สพิเศษเรื่องโหราศาสตร์หลักทรัพย์ด้วย ผมเคยยืมอ่านเนื้อหาที่มีคนเขาเก็บเอกสารเอาไว้ วิธีวิเคราะห์ก็คล้ายดวงคน มีการดูดวงโลก เช่นคราส ดวงประเทศด้วยเหมายันต์ ดวงตลาด แล้วก็ดวงของบริษัทจดทะเบียน ตามจังหวะฟ้าและก็ใช้จรสุริยาตร์ จรปัจจุบัน โดยมากก็เป็นแนวคิดหลักการ การนำไปใช้จริงก็ยังไม่เคยได้ยินว่าใครรวยจากการใช้ดวงชะตาไปเล่นหุ้นเลย(อาจจะมีแต่ไม่บอก) ขนาดฝรั่งเขาก็เล่นกันมานานเป็นร้อยปีแล้ว พวกfinancial astrology แต่ที่เอาหลักของโหราศาสตร์ไปปรับใช้ แล้วสำเร็จก็มีหลายคน ที่เป็นตำนานก็เช่น w.d.gan ถึงขนาดมีรูปปั้นเขาอยู่หน้าตลาดด้วย พี่แกทายแม่นมาก บอกทั้งวันที่ และราคาที่ตลาดจะร่วงหรือขึ้นไว้ล่วงหน้าเป็นปี ๆ ค่าคอร์สสอนของเขามูลค่าเท่ากับบ้านหลังหนึ่งในสมัยโน้น สำหรับโครงสร้างดาวแบบ midpoint ที่สัมพันธ์กับการขึ้นหรือลงของหุ้น มีฝรั่งวิจัยไว้ จากหุ้นในตลาดวอลสตรีท และ แนสแด็กซ์ ลองหาซื้อมาอ่านได้ชื่อ planetary stock tranding by Bill Meeridian เขามีวิจัยแล้วlist ไว้ ราวๆ สามสิบสูตร(มั๊ง) ผมคงพิมพ์ให้ไม่ไหว ทางอินเดียเขามีความเชื่อสืบทอดกันมาว่าวันพระจันทร์เต็มดวงกับพระจันทร์ดับเป็นวันที่เจ้าแม่ลักษมีเสร็จออกมาอวยพรนักการพนัน แต่ผมว่านัยยะโบราณเขาอาจจะบอกว่าถ้าเราผูกดวงทั้งสองอาจจะเห็นอะไรๆเกี่ยวกับการพนันนี่ก็ได้ก็ลองสังเกตุกันดู
ผู้แสดงความคิดเห็น สงกะสัย วันที่ตอบ 2007-10-17 19:41:08 IP : 222.123.50.133


ความคิดเห็นที่ 4 (957003)
การวิเคราะห์ของท่าน ยอดเยี่ยม จิงๆๆ ครับ  พอจะมีตัวอย่างซักหนึ่งอันใหม เพื่อเป็นวิทยาทานแก่น้องๆๆเพราะเห้น อาจารย์หุ้นแต่ละท่านแล้วถอดใจ...เสียดายความรู้ของท่านวิเคราะห์วิจารณ์แล้ว  ทำให้คนกลายเป็นคนเคยรวยไปหมด  แต่นั่นไม่สำคัญทำให้บุคคลทั่วไป ที่ ไม่เข้าใจโหราศาสตร์ยุเรเนียนดีพากันหาว่า หมอดูคู่ หมอเดานี่สิ เจ็บใจ  ...เจ็บใจ
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้เยาว์เฝ้าศีกษา วันที่ตอบ 2008-02-13 22:34:21 IP : 58.9.37.112



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.