ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
เกี่ยวกับเรา Horauranian.com
dot
bulletรำลึกถึง อาจารย์ พลตรี ประยูร พลอารีย์
bulletเจตนารมณ์
bulletติดต่อเรา
bulletโหราพยากรณ์
dot
บทความ
dot
bulletเกร็ดโหรน่ารู้
bulletเจาะลึกโหรา
bulletโหราศาสตร์บ้านเมือง
bulletBlog อ.วิโรจน์
bulletแนะนำตำรา
bulletไพ่ยิปซี จักรราศี (Celestial Tarot)
bulletกระดานถามตอบ
bulletคลังบทความดวงเมืองเศรษฐกิจ 2550-2552
bulletคลังกระทู้โหราศาสตร์ที่น่าสนใจ
dot
บทความน่าสนใจ
dot
bulletประเทศไทยหลังคดียึดทรัพย์ 2553
bulletReturn of Great Depression?
bulletChange! ผู้นำยุคใหม่ของโลก
bulletเรือนชะตาจันทร์ 28 เรือน
bulletโหราศาสตร์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์
bulletเลือกฤกษ์มงคลด้วยตนเอง
bullet6 ขั้นตอนเพื่อการดูหมออย่างคุ้มค่า
bulletชนะใจคนรัก 12 ราศี
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletเพจ โหราศาสตร์ยูเรเนียน โดย อ.วิโรจน์ กรดนิยมชัย
bulletโหราศาสตร์ยูเรเนียน โดย อ.วิโรจน์ กรดนิยมชัย
bulletCelestial Strategist Blog
bulletBlog โหราเศรษฐกิจ
bulletเว็บไซต์ที่น่าสนใจ




พลูโตในยุคสมัยต่างๆ article

โดย Pallas
กันยายน 2551

          ในปี 2551 นี้ มีปรากฏการณ์บนฟ้าที่สำคัญคือ การย้ายราศีจากราศีธนูมาสู่ราศีมกรของดาวพลูโต โดยดาวพลูโตได้เริ่มโคจรเข้าสู่ราศีมกรในวันที่ 26 มกราคม จากนั้นโคจรถอยกลับมายังราศีธนูในวันที่ 14 มิถุนายน และจะยกเข้าสู่ราศีมกรเต็มตัวในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 ที่บอกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญนั่นก็เป็นเพราะว่าดาวพลูโตมีความหมายในทางโหราศาสตร์ว่าด้วยการปฏิรูป การปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลง และวิวัฒนาการ ดังนั้น เมื่อโคจรเข้าสู่ราศีใด ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเรื่องราวในราศีนั้นอย่างแน่นอน

          เนื่องจากดาวพลูโตมีคาบการโคจรที่นาน ทำให้ใช้เวลาโคจรในแต่ละราศีมากกว่า 10 ปี ในบางครั้งอาจอยู่ในราศีนั้นนานถึง 30 ปี ซึ่งส่งผลให้เราสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัยได้ชัดเจน บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับดาวพลูโตในหลายๆมิติ ทั้งดาราศาสตร์ เทพปกรณัม โหราศาสตร์ และเหตุการณ์ต่างๆในอดีตเมื่อพลูโตเข้าไปอยู่ในแต่ละราศี นำไปสู่การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในยุคที่พลูโตเข้าสู่ราศีมกรระหว่าง พ.ศ.2551-2566 และจะเป็นสารสนเทศสำคัญสำหรับผู้สนใจที่จะนำไปวางแผนชีวิตในยุค 15 ปีที่ดาวพลูโตโคจรในราศีมกรรอบนี้

พลูโตในทางดาราศาสตร์

Horauranian_Pluto and Moon          ดาวพลูโตถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันแห่งหอดูดาวโลเวลล์ ชื่อ ไคลด์ ทอมบอก์ วัย 24 ปีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 อย่างไรก็ตาม ชื่อของดาวเคราะห์ดวงนี้มาจากความคิดของ เวเนเทีย เบอร์นี (Venetia Burney) ซึ่งในขณะนั้นเป็นเด็กหญิงชาวอังกฤษอายุเพียง 11 ปี โดยเธอเสนอชื่อนี้ต่อคุณตาของเธอซึ่งเป็นอดีตบรรณารักษ์ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ด้วยเหตุผลว่าเป็นเทพแห่งโลกใต้พิภพตรงกับลักษณะของดาวดวงนี้ที่น่าจะเป็นโลกที่มืดและหนาวเย็น ในที่สุดชื่อนี้ก็สามารถเอาชนะจากการโหวตเหนือชื่ออีก 2 ชื่อ คือ มิเนอร์วา (Minerva) และ โครนุส (Cronus) อย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2473

          ดาวพลูโตเคยถูกจัดเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะ (Solar System) ที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และเพิ่งถูกลดชั้นไปเป็นดาวเคราะห์แคระ (Dwarf Planet) เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2549 โดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) ล่าสุดเมื่อ 11 มิถุนายน 2551 IAU ได้ประกาศให้ใช้ชื่อ พลูตอยด์ (Plutoid) สำหรับดาวเคราะห์แบบพลูโต กล่าวคือ เป็นเทหวัตถุที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ที่วงโคจรไกลกว่าดาวเนปจูน มีมวลมากเพียงพอที่ทำให้มีแรงโน้มถ่วง และไม่มีเทหวัตถุรอบข้างที่อยู่ในวงโคจร ปัจจุบันดาวเคราะห์แบบพลูโตหรือพลูตอยด์ ได้แก่ ดาวพลูโต, ดาวอีริส (Eris) และดาวมาเกะมาเกะ (Makemake)

          คาบการโคจรของดาวพลูโตรอบดวงอาทิตย์นั้น ใช้เวลาประมาณ 248 ปี ลักษณะการโคจรเป็นรูปวงรี โดยระยะห่างจากดวงอาทิตย์ที่สุด ประมาณ 49 หน่วยดาราศาสตร์ (Astronomical Unit: AU) และระยะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ประมาณ 29 AU รัศมีของดาวพลูโตเท่ากับ 1,151 กิโลเมตร หรือ 18% เมื่อเทียบกับขนาดของโลกเท่านั้น อีกทั้งยังเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลกอีกด้วย มวลของพลูโตมีเพียง 0.22% เมื่อเทียบกับมวลของโลก และอุณหภูมิบนพื้นผิวของดาวหนาวเย็นมากที่ประมาณ -215 องศาเซลเซียส

Horauranian_Pluto Orbit          ระนาบการโคจรของดาวพลูโตนั้นจะแตกต่างไปจากดาวเคราะห์อื่นๆในระบบสุริยะ กล่าวคือ ดาวเคราะห์ดวงอื่นจะโคจรอยู่บนระนาบรวิมรรค (Ecliptic Plane) แต่ระนาบการโคจรของพลูโตจะเอียงมากกว่าระนาบรวิมรรคอยู่ประมาณ 17 องศา และยังมีความรีของวงโคจรมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ ทำให้มีบางช่วงที่ดาวพลูโตจะโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวเนปจูน

          ในปัจจุบัน มีการค้นพบดวงจันทร์ของดาวพลูโตทั้งหมด 3 ดวง คือ ไฮดรา (Hydra), นิกส์ (Nix) และคารอน (Charon) โดยดวงจันทร์ดวงหลังมีลักษณะคล้ายกับดาวเคราะห์แคระคู่กับพลูโต เนื่องจากมันดูเหมือนโคจรรอบกันและกันมากกว่าที่คารอนจะเป็นแค่ดาวบริวาร

          ปัจจุบันนอกจากดาวพลูโตถูกจัดเป็นดาวเคราะห์แคระแล้ว ยังมีสถานภาพเป็นวัตถุในกลุ่มวัตถุที่อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปที่เรียกว่า วัตถุทีเอ็นโอ (Trans-Neptunian Object – TNO) หรือวัตถุในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt Object) อีกด้วย

พลูโตในตำนานเทพปกรณัม

          พลูโต เป็นชื่อเทพเจ้าโรมัน ตรงกับเทพเจ้าฮาเดส (Hades) ของกรีก ซึ่งหมายถึง เทพเจ้าแห่งยมโลก ดาวพลูโตมีความหมายเกี่ยวกับพัฒนาการ การเปลี่ยนรูป การเกิดใหม่ ซึ่งมาจากการที่เทพพลูโตเป็นเจ้าแห่งยมโลก เมื่อคนเราตายไปก็จะลงไปยังยมโลกเพื่อรับคำตัดสินที่จะถูกลงโทษในขุมนรกหรือได้รับรางวัลด้วยการส่งไปยังทุ่งอิลิเซียม (Elysium Field สวรรค์ของชาวกรีกโบราณ) การกลายสภาพจากมนุษย์บนพื้นโลกไปสู่ยมโลกก็สะท้อนถึงการเกิดใหม่หรือการเปลี่ยนรูป หรือถ้าจะเรียกว่าพัฒนาการก็ได้เช่นกัน ส่วนดาวฮาเดส ที่เป็นดาวทิพย์ของโหราศาสตร์ยูเรเนียนเน้นความหมายถึงสภาพทุกขเวทนาในยมโลกมากกว่า

Horauranian_Greek Underworld Map          เทพพลูโตหรือเทพฮาเดสเป็นโอรสของเทพโครนัส (Cronus) และเทพีรีอา (Rhea) เป็นพี่น้องร่วมท้องกับ เทพโพไซดอน (Poseidon), เทพีเฮสเทีย (Hestia), เทพีดิมีเตอร์ (Demeter), เทพีฮีรา (Hera) และมหาเทพซุส (Zeus) เมื่อมหาเทพซุส โค่นเทพโครนัสบิดาของตนลงจากบัลลังก์แล้ว เทพซุสได้แต่งตั้งเทพโพไซดอนปกครองมหาสมุทรและแม่น้ำทั้งปวง และให้เทพพลูโตปกครองดินแดนใต้โลกหรือยมโลกนั่นเอง

          อาณาจักรยมโลกของเทพพลูโตนั้นเป็นดินแดนเร้นลับ อยู่ภายใต้พื้นโลกที่แสงอาทิตย์ส่องไปไม่ถึง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของดาวพลูโตนั้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงจากภายใน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นไม่ชัด

          ด้วยความที่เป็นเจ้าแห่งยมโลก เทพพลูโตจึงเป็นผู้ที่มีความยุติธรรมทุกขณะ มีความมั่นคงเข้มแข็งไม่อ่อนไหวต่อสิ่งใด ออกจะแข็งกร้าวกระด้าง จึงทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นเทพที่มีน่ากลัว เช่นเดียวกัน อิทธิพลทางโหราศาสตร์ของพลูโตจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างแข็งกร้าว ดูเหมือนไม่มีความเมตตา เพราะเป็นการอวสานของสถานะในปัจจุบันและนำไปสู่สถานะใหม่ของชีวิตต่อไป

ความหมายของดาวพลูโต

          ในทางโหราศาสตร์ ดาวพลูโตเป็นดาวที่มีอิทธิพลในด้านการปฏิรูป การเปลี่ยนแปลง พัฒนาการ วิวัฒนาการ การเจริญเติบโตจากภายใน การแตกแขนง การสถาปนาใหม่ การปฏิวัติ นอกจากนี้ ดาวพลูโตยังอยู่ในกลุ่มของดาวเคราะห์ทั้ง 4 แห่งเวลา โดยให้ความหมายว่า เป็นพลังงานการสร้างของอดีต ต่างจากฮาเดสที่เป็นพลังงานการทำลายของอดีต

          ดาวพลูโตได้รับการจัดให้เป็นดาวเกษตร (Rulership) ของราศีพิจิก และอุจจ์ (Exaltation) ในราศีเมษ

          เนื่องจากดาวพลูโตเป็นดาวที่มีขนาดเล็ก และโคจรช้า ทำให้อิทธิพลของดาวพลูโตจึงมีลักษณะค่อยๆเปลี่ยนแปลงแทบไม่รู้ตัว แต่ส่งผลลึกซึ้งถึงระดับโครงสร้าง ต่างจากดาวยูเรนัส (มฤตยู) ที่แสดงผลรุนแรงรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ดาวพลูโตจึงเหมาะที่จะนำมาอธิบายยุคสมัยต่างๆได้อย่างดี

การใช้พลูโตอธิบายยุคสมัย

          ดาวพลูโตมีวงรอบที่ประหลาดไม่เหมือนดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะ เพราะมีวงโคจรที่บางช่วงจะมาทับซ้อนกับดาวเนปจูน อย่างไรก็ตาม เราสามารถประมาณคาบการโคจรของดาวพลูโตได้ว่า จะใช้เวลาประมาณ 248 ปีต่อหนึ่งรอบจักรราศี หรือโคจรผ่านแต่ละราศี ประมาณราศีละ 20 ปี แต่เนื่องจากวงโคจรที่ประหลาดทำให้บางช่วงใช้เวลาผ่านหนึ่งราศีมากกว่า 30 ปี บางช่วงกลับใช้เวลาเพียง 12 ปี

          เนื่องจากความหมายหลักของดาวพลูโต คือ การปฏิรูป (Transformation) ทำให้เราสามารถมาพยากรณ์ยุคสมัยแต่ละยุคได้ โดยยึดหลักว่า เมื่อพลูโตโคจรผ่านราศีอะไร ก็จะมีการปฏิรูปเกิดขึ้นในความหมายของราศีนั้น

พลูโตในยุคสมัยต่างๆ

         ก่อนที่เราจะพยากรณ์อิทธิพลของดาวพลูโตเมื่อเข้าราศีมกรในรอบนี้ได้อย่างแม่นยำนั้น เราควรที่จะศึกษาประวัติศาสตร์เมื่อดาวพลูโตโคจรในแต่ละราศี ทั้งผลที่เกิดขึ้นในระดับโลกและในระดับประเทศไทยก่อน

พลูโตในราศีเมษ (ค.ศ.1822-1852 หรือ พ.ศ.2365-2395) ระยะเวลา 30 ปี

          ราศีเมษหมายถึง การเกิด กำเนิด เริ่มต้น ริเริ่ม การผจญภัย บุกเบิก ความกระตือรือร้น ไม่ค่อยมีความอดกลั้น และใจร้อน ด้วยอิทธิพลของดาวพลูโตในราศีเมษทำให้เกิดการปฏิวัติ การประกาศอิสรภาพ ของประเทศต่างๆจำนวนมากทั่วโลก เช่น

  • การประกาศอิสรภาพของประเทศในทวีปอเมริกาใต้จากสเปน ได้แก่ โคลัมเบีย (1819-1828), เม็กซิโก (1821) และบราซิล (1822) รวมถึงการประกาศอิสรภาพของสาธารณรัฐอเมริกากลาง ซึ่งเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆระหว่าง 1823-1840 ในที่สุดก็แยกตัวกลายเป็นประเทศ คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส และนิคารากัว นอกจากนี้ยังมีการประกาศอิสรภาพของโบลิเวียจากเปรู (1825) และอุรุกวัยประกาศอิสรภาพจากบราซิล (1825)
  • ในทวีปยุโรปนั้น นอกจากการประกาศอิสรภาพของกรีกจากอาณาจักรออตโตมันในปี ค.ศ. 1821 และการประกาศอิสรภาพของเบลเยียมจากเนเธอแลนด์ (ค.ศ. 1830) แล้ว ยังมีการปฏิวัติเกิดขึ้นหลายประเทศ ได้แก่ อิตาลี (1848), ฝรั่งเศส (1848), เยอรมัน (1848) และฮังการี (1848)

          จะเห็นว่า การประกาศอิสรภาพนั้น เป็นการเกิดขึ้นใหม่ของประเทศ ซึ่งตรงกับราศีเมษ และในรูปแบบของการปฏิวัติหรือการทำสงครามต่อสู้กันซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของพลูโต นอกจากนี้ ในประเทศจีน มีความพยายามของชาวจีนที่จะประกาศอิสรภาพจากยาเสพติดอย่างฝิ่นที่อังกฤษมอมเมาคนจีนจนประเทศถดถอย ทำให้เกิดสงครามฝิ่นขึ้นระหว่าง ค.ศ.1839-1842 แต่ก็ไม่สำเร็จ

          สำหรับความหมายของราศีเมษที่เกี่ยวกับการบุกเบิก การผจญภัยนั้น ส่งผลในประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดยุคตื่นทองในรัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่าง ค.ศ. 1848-1855 ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้าสู่แคลิฟอร์เนียเพื่อหวังจะไปผจญภัยขุดทอง เริ่มต้นชีวิตใหม่ จนเกิดความโกลาหลไปทั่ว

          ในประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นเรียกกันว่า ราชอาณาจักรสยาม อยู่ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ตลอดรัชสมัยของพระองค์อยู่ในยุคที่ดาวพลูโตอยู่ในราศีเมษโดยตลอด คนทั่วไปมักคิดว่ายุคสมัยของพระองค์มีเฉพาะเรื่องการค้าขายสำเภาและการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม แต่เมื่อค้นคว้าให้ดี เรากลับพบว่า เกิดสงครามหรือกบฏสำคัญๆหลายครั้ง ได้แก่

  • เกิดสงครามอังกฤษกับพม่า ใน พ.ศ. 2467 ทำให้สยามต้องวางตนให้เหมาะสม เพื่อหลีกภัยจากมหาอำนาจอย่างอังกฤษ พร้อมรักษาเกียรติยศและราชอาณาจักรไว้อย่างมั่นคง
  • เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ ใน พ.ศ. 2369 ซึ่งเป็นความพยายามของอาณาจักรล้านช้างที่จะแยกตนเป็นอิสระจากสยาม แต่ก่อการไม่สำเร็จ พ่ายแพ้แก่สยาม
  • เกิดสงครามกับญวน เมื่อญวนพยายามแทรกแซงหาทางเอาเขมรมาเป็นของตน ในปี พ.ศ. 2376 จนสยามต้องยกทัพไปปราบ เมื่อญวนยอมทำไมตรีกับไทยแล้ว และเหตุการณ์เข้าสู่ความสงบ รัชกาลที่ 3 ทรงแต่งตั้งให้ นักองด้วง ที่หนีมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารกว่า 27 ปีเป็น สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี ครองกัมพูชา เป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์กัมพูชาในปัจจุบัน
  • เกิดกบฏหวันหมาดลีทางภาคใต้ พ.ศ.2380 เมื่อราชวงศ์มลายูร่วมกับโจรสลัดอันดามัน หวันหมาดหลี ถือโอกาสที่เจ้าเมืองทางใต้เข้ามาร่วมพระราชพิธีพระศพของพระชนนีในรัชกาลที่ 3 ในพระนคร เข้าบุกตีเมืองไทรบุรี พัทลุง ตรัง และสงขลา ทางรัชกาลที่ 3 ทรงส่งเจ้าเมืองทางใต้ยกทัพกลับมาปราบกบฏสำเร็จ

          ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในอาณาจักรสยามขณะนั้น มาจากความพยายามแยกตนเป็นเอกราชจากสยาม ตามลักษณะของพลูโตในราศีเมษทั้งสิ้น แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 3 บ้านเมืองจึงผ่านพ้นมาได้ด้วยดี

พลูโตในราศีพฤษภ (ค.ศ.1851-1884 หรือ พ.ศ. 2394-2427) ระยะเวลา 33 ปี

          ราศีพฤษภ หมายถึง การกิน การสะสม การเก็บรักษา การดูดซับ ความเพิ่มพูน สมบัติเงินทอง อาหาร การครอบครอง ความหนักแน่น เสถียรภาพ รวมถึงการเงินการคลังอีกด้วย เมื่อพลูโตโคจรเข้ามาในราศีพฤษภระหว่างปี 1851-1884 โลกที่ผ่านความไม่สงบจากยุคพลูโตราศีเมษ ก็เข้าสู่ยุคของการสร้างเสถียรภาพในบ้านเมืองให้เข้าสู่ความสงบ ความมั่นคง

         อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของโลกเรานั้น เมื่อสงบมาระยะหนึ่งก็ย่อมเกิดความวุ่นวาย แต่ความวุ่นวายในโลกยุคนี้มีสาเหตุแบบราศีพฤษภ นั่นคือ ในสหรัฐอเมริกาเกิดสงครามกลางเมือง (Civil War) ระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ โดยมีสาเหตุมาจากความพยายามเลิกทาสของประธานาธิบดีลินคอล์น แต่ฝ่ายใต้ไม่เห็นด้วย จึงเกิดการต่อสู้กันเป็นสงครามกลางเมือง ที่บอกว่าสาเหตุเป็นแบบพฤษภนั้น นั่นเพราะว่าทาสในขณะนั้นถือว่าเป็นสมบัติของนายทาส จึงตรงกับลักษณะราศีพฤษภ ความพยายามที่จะปฏิวัติระบบทาสหรือการเลิกทาสจึงเกิดขึ้นในยุคพลูโตราศีพฤษภ

          การเลิกทาสนั้น ในประเทศไทย รัชกาลที่ 5 ทรงเลิกทาสด้วยความนุ่มนวลกว่าสหรัฐอเมริกามาก โดยได้มีความพยายามเลิกทาสตั้งแต่ พ.ศ. 2417 ให้มีการลดค่าตัวลูกทาสลงทุกปี จนเมื่ออายุครบ 21 ปีก็ให้เป็นไท และรอจนกระทั่ง พ.ศ.2448 จึงมีการเลิกทาสอย่างสิ้นเชิง โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ รวมเวลาที่ทรงดำเนินกุศโลบายนี้กว่า 31 ปี

          ในยุคพลูโตราศีพฤษภนั้น ประเทศไทยมีการพัฒนาระบบการเงินการคลังขึ้นหลายประการ ตั้งแต่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดตั้งศุลกากรสถาน (Custom House) หรือโรงภาษี ใน พ.ศ.2398 เพื่อจัดเก็บภาษีขาเข้าตามสนธิสัญญาบาวริ่ง, จัดตั้งโรงกษาปณ์สิทธิการ (พ.ศ.2403) เพื่อผลิตเหรียญด้วยเครื่องจักร แทนเงินพดด้วง และมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิรูประบบการคลังโดยจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ (พ.ศ.2416) เพื่อรวบรวมบัญชีเงินผลประโยชน์ของแผ่นดินและตรวจตราการเก็บภาษีอากร และเร่งเรียกเงินของแผ่นดินด้านภาษีอากรให้ส่งเข้าพระคลังมหาสมบัติตามกำหนด ต่อมาได้พัฒนามาเป็นกระทรวงการคลังในปัจจุบัน

พลูโตในราศีมิถุน (ค.ศ.1882-1914 หรือ พ.ศ. 2425-2457) ระยะเวลา 32 ปี

          ราศีมิถุน หมายถึง การติดต่อสื่อสาร การคมนาคม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วรรณกรรม การเรียนรู้ การศึกษาเล่าเรียน เมื่อพลูโตเข้าสู่ราศีมิถุน ย่อมเกิดการปฏิรูปและพัฒนาการในเรื่องเหล่านี้ ยุคนี้เป็นยุคปลายศตวรรษที่ 19 ต่อมายังต้นศตวรรษที่ 20 การคมนาคมได้พัฒนาไปมาก ทั้งทางรถไฟและทางทะเล ถือว่าเป็นยุคของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างชาติต่างๆในโลก

          ในวงการวรรณกรรมนั้น กลางทศวรรษ 1880 เกิดนวนิยายวิทยาศาสตร์ของ Jules Verne และ H G Wells ซึ่งเป็นรูปแบบของวรรณกรรม รวมถึงแนวคิดปฏิวัติวงการวรรณกรรมของ George Bernard Shaw และ Oscar Wilde และการปฏิวัติวงการศิลปะของแวนโก๊ะ (Van Goh) ด้วยศิลปะแบบอิมเพรสชั่นนิสท์ (Impressionism)

          ในประเทศไทย ยุคพลูโตราศีมิถุนตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุคนี้เป็นยุคของการปฏิรูประบบการคมนาคมสื่อสารของไทย ตั้งแต่การเริ่มต้นกิจการไปรษณีย์ ในพ.ศ. 2426, กิจการโทรเลขใน พ.ศ.2426, กิจการรถไฟใน พ.ศ.2429 และกิจการรถรางไฟฟ้า ใน พ.ศ.2437 ทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าไปอย่างมาก

          สำหรับการศึกษาเล่าเรียนนั้น ยุคนี้ได้มีการปฏิรูประบบการศึกษา โดยเริ่มต้นโรงเรียนสำหรับราษฎรทั่วไป แห่งแรกที่วัดมหรรณพาราม ใน พ.ศ.2427 มีการริเริ่มจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ เรียกว่า นักธรรม รวมถึงการขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังประชาชนทั่วราชอาณาจักร ผ่านทางวัด เริ่มต้นใน พ.ศ. 2441 เพียง 5 ปีการศึกษาระดับประถมก็ขยายไปยังทั่วประเทศ

พลูโตในราศีกรกฎ (ค.ศ.1912-1939 หรือ พ.ศ. 2455-2482) ระยะเวลา 27 ปี

          ราศีกรกฎหมายถึง ความเป็นแม่ การพิทักษ์รักษา ความอ่อนไหว และครอบครัว โลกของเราเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคที่ดาวพลูโตโคจรเข้าราศีกรกฎ เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของครอบครัวในหลายระดับ ในระดับกษัตริย์ได้เกิดการต่อสู้ในหมู่ราชวงศ์ในยุโรป จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้อำนาจของราชวงศ์ในยุโรปเสื่อมถอยลง ในระดับคนทั่วไป เกิดการรณรงค์ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันทางเพศ ในยุคนี้ได้มีการตีพิมพ์หนังสือ “Married Love” โดย Marie Stopes ชาวสก็อต ตีพิมพ์ในปี 1918 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่เปลี่ยนแปลงโลก เหตุที่บอกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกนั้น เพราะเป็นการพูดถึงความรู้ทางเพศสำหรับผู้หญิงที่มีครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่มากในยุคนั้น หนังสือเล่มนี้นำไปสู่การเริ่มต้นการคุมกำเนิด และการเปิดคลีนิควางแผนครอบครัวเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นการปฏิรูประบบครอบครัวครั้งใหญ่ของโลกเลยทีเดียว ทางฟากสหรัฐอเมริกา มีการก่อตั้งธนาคารกลางหรือ Federal Reserve ในปี 1913 ทำหน้าที่พิทักษ์คุ้มครองระบบการเงินของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในความหมายของราศีกรกฎเช่นเดียวกัน

          ในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงริเริ่มให้ใช้นามสกุลขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย บังคับใช้อย่างสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2458 การมีนามสกุลถือได้ว่าเป็นการปฏิรูประบบครอบครัวของไทยครั้งใหญ่เลยทีเดียว นอกจากนี้ ในด้านชีวิตส่วนพระองค์แล้ว รัชกาลที่ 6 ทรงเปลี่ยนธรรมเนียมของกษัตริย์ที่มีภรรยาได้หลายคน มาเป็นธรรมเนียมสากลที่ทรงมีพระชายาในขณะใดขณะหนึ่งเพียงองค์เดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน

          สำหรับประเทศไทยแล้ว เรามีเมอริเดียนท้องถิ่นของเมืองหลวงอยู่ที่ตำแหน่ง 9 องศาราศีกรกฎ ทำให้เมื่อดาวพลูโตโคจรผ่านจุดนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมากกว่าประเทศอื่นๆ โดยหลังจากดาวพลูโตโคจรผ่านตำแหน่งเมอริเดียนท้องถิ่นกรุงเทพฯไปราว 10 ปีก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ในปี 2475

พลูโตในราศีสิงห์ (ค.ศ.1937-1958 หรือ พ.ศ. 2480-2501) ระยะเวลา 21 ปี

          ราศีสิงห์ หมายถึง ความเป็นผู้นำ ชนชั้นนำ การต่อสู้ช่วงชิง การเอาชนะ ความต้องการเป็นใหญ่ เมื่อถึงยุคดาวพลูโตในราศีสิงห์ โลกของเราก็เข้าสู่ยุคของการต่อสู้ช่วงชิงเพื่อความเป็นใหญ่ของบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำของประเทศเยอรมนี เมื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจก็ได้นำพาประเทศเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่เหนือชาติใดๆในโลก จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการระดมกำลังทหารกว่า 100 ล้านนาย มีผู้เสียชีวิตกว่า 60 ล้านคน เกิดสมรภูมิในทุกทวีปของโลก นับว่าเป็นสงครามที่ความสูญเสียมากที่สุดนับแต่เคยมีมา ซึ่งมาจากความทะเยอทยานของผู้นำไม่กี่คนเท่านั้น

          ประเทศไทยจำเป็นต้องเข้าร่วมสงครามโลกครั้งนี้อย่างหลีกไม่พ้น เพราะอยู่ในเส้นทางยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นที่ตั้งใจรุกไปยังเอเชียกลาง แต่หากเราพิจารณาเฉพาะอิทธิพลที่ดาวพลูโตในราศีสิงห์มีต่อประเทศไทยนั้น พบว่า ยุคนี้เป็นยุคของการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจของชนชั้นนำใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นการช่วงชิงอำนาจภายในคณะราษฎร ระหว่างกลุ่มจอมพล ป. พิบูลสงครามกับกลุ่มของนายปรีดี พนมยงค์ และเมื่อหมดยุคนี้ กลายเป็นว่าผู้ได้รับอำนาจเด็ดขาดกลายเป็น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้ซึ่งไม่ได้อยู่ในคณะราษฎรเลย

พลูโตในราศีกันย์ (ค.ศ.1956-1972 หรือ พ.ศ. 2499-2515) ระยะเวลา 16 ปี

          ราศีกันย์ หมายถึง การงาน การวิเคราะห์ ความมีเหตุมีผล ความละเอียดถี่ถ้วน สาธารณสุข การจ้างงาน สวัสดิการ โลกของเราเมื่อผ่านพ้นความวุ่นวายในยุคพลูโตราศีสิงห์ ก็เข้ามาสู่การจัดระเบียบโลกใหม่ในยุคดาวพลูโตในราศีกันย์ งานทางวิศวกรรมที่อาศัยการทำงานเป็นทีม ความคิดวิเคราะห์ระดับสูง และใช้ความอุตสาหะพยายาม มีการปฏิรูปในยุคนี้ องค์การ NASA ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1958 และได้รับภารกิจสำคัญที่จะพามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ และประสบความสำเร็จในปี 1969 ในยุคนี้มีการตื่นตัวเรื่องสิทธิพลเมืองอย่างมาก ในสหรัฐอเมริกา คนผิวดำมีการเรียกร้องสิทธิของพลเมืองที่พึงได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน มีการออกกฎหมายสิทธิพลเมืองในปี 1964 มาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์ ถือได้ว่าเป็นผู้นำคนสำคัญในการรณรงค์ให้คนดำได้รับสิทธิพลเมืองเช่นเดียวกับคนผิวขาว แม้ว่าในที่สุดเขาถูกฆาตกรรมในปี 1968

          ในประเทศไทยยุคนี้เป็นยุคของการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานครั้งใหญ่ โดยเริ่มมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2504 ทำให้มีการพัฒนาระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถนน โทรศัพท์ เขื่อน และการศึกษา ไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ หน่วยงานราชการมีบทบาทสำคัญมากในยุคนี้ เกิดเทคโนแครตหรือขุนนางราชการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาทำงานในหน่วยงานราชการและมีบทบาทมากกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ซึ่งตรงกับราศีกันย์ที่หมายถึงผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการ รวมถึงการรับใช้ประชาชน

พลูโตในราศีตุล (ค.ศ.1971-1984 หรือ พ.ศ. 2514-2527) ระยะเวลา 13 ปี

          ราศีตุล หมายถึง การปรับตน ความสมานฉันท์ ความสวยงาม ศิลปะ การแต่งงาน การทูตระหว่างประเทศ และระบบกฎหมาย โลกในยุคพลูโตราศีตุลนี้ ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ มีการสิ้นสุดสงครามหรือการเริ่มต้นสนธิสัญญาระหว่างกันหลายแห่งในโลก เช่น สงครามเวียตนามได้สิ้นสุดลงในปี 1975, การเริ่มสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ในปี 1972, สนธิสัญญาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์ในปี 1979 เป็นต้น ในด้านสังคม มีการปฏิรูประบบความสัมพันธ์ของคู่ครอง ตั้งแต่การออกกฎหมายการหย่า สิทธิของคนรักร่วมเพศ และการรณรงค์ความเท่าเทียมกันทางเพศที่เข้มข้นในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องกฎหมายการหย่าในสหรัฐอเมริกาเป็นการปฏิรูปโครงสร้างครอบครัวสมัยใหม่เลยทีเดียว

          ประเทศไทยในยุคนี้เป็นยุคของการปรับตัวที่สำคัญ เนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนจากการปกครองโดยคณะปฏิวัติมาสู่ประชาธิปไตยครึ่งใบ แต่เนื่องจากลัคนาท้องถิ่นกรุงเทพฯตั้งอยู่ที่ 10 องศาราศีตุล ทำให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงในการเปลี่ยนแปลงนั้น โดยเกิดเหตุการณ์วิปโยคขึ้น 2 ครั้งคือ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ที่แปลกคือเกิดขึ้นในช่วงที่อาทิตย์โคจรเข้าไปกุมกับพลูโตในราศีตุลทั้ง 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของยุคนี้ ประเทศไทยสามารถยุติปัญหาคอมมิวนิสต์ลงได้ ทำให้เกิดความสงบสุขขึ้นในบ้านเมือง รวมถึงทางภาคใต้ ก็เกิดนโยบายใต้ร่มเย็น ซึ่งก็ตรงกับความหมายของราศีตุลที่บอกถึงความร่มเย็น

พลูโตในราศีพิจิก (ค.ศ.1983-1995 หรือ พ.ศ. 2526-2538) ระยะเวลา 12 ปี

          ราศีพิจิก หมายถึง การอุทิศตน การเสียสละ ความตาย และการสูญเสีย โลกในยุคพลูโตราศีพิจิกนี้ ถือว่าเป็นยุคสำคัญ เพราะดาวพลูโตถือกันว่าเป็นดาวเกษตรหรือเป็นดาวครองราศีพิจิก เมื่อพลูโตกลับมาอยู่ในราศีของตนเองย่อมสำแดงอิทธิพลอย่างเต็มที่ ทำให้ยุคนี้เต็มไปด้วยการปฏิวัติ การปฏิรูป การทำลายล้างของเก่าเพื่อสร้างของใหม่ เช่น การล่มสลายของคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกและสหภาพโซเวียต, การทลายกำแพงเบอร์ลินในปี 1989, การสิ้นสุดลงของสงครามเย็น, การเกิดโศกนาฏกรรมที่เทียนอันเหมินในปี 1989 เป็นต้น ในด้านสังคมนั้น เกิดการแพร่ขยายของโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์ที่ยังไม่สามารถรักษาได้นั่นคือ โรคเอดส์ (AIDS)

          ประเทศไทยในยุคนี้กล่าวได้ว่าเข้าสู่ยุคหัวเลี้ยวหัวต่อหรือยุคผลัดใบของการปฏิรูปจากประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจาการเลือกตั้ง มาสู่ประชาธิปไตยแบบเต็มใบที่มีนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง โดยเมื่อพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ปฏิเสธไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อใน พ.ศ. 2531 ทำให้พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติไทย ในขณะนั้น ก็ก้าวขึ้นสู่นายกรัฐมนตรีที่มาจาก ส.ส. และนายกฯชาติชายก็เริ่มปฏิรูปแนวทางการบริหารแบบอนุรักษ์นิยมของพลเอกเปรม มาสู่การบริหารเชิงรุกที่เต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสนามรบ (ราศีพิจิก) เป็นสนามการค้า, การมุ่งสู่ความเป็น NICs หรือเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย แต่สุดท้ายก็เกิดรัฐประหาร 2534 นำไปสู่ความสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อของคนไทยอีกครั้งในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535

พลูโตในราศีธนู (ค.ศ.1995-2008 หรือ พ.ศ. 2538-2551) ระยะเวลา 13 ปี

          ราศีธนู หมายถึง ความไกล การขยายตัว การติดต่อสื่อสารระยะไกล การค้าระหว่างต่างประเทศ ศาสนา และวิทยาการต่างๆ โลกในยุคพลูโตราศีธนูเกิดการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงด้านอุดมการณ์และการค้าระหว่างประเทศอย่างมากมาย โดยเกิดองค์การค้าโลก (WTO) ในปี 1995, การขยายตัวอย่างรวดเร็วของโลกาภิวัฒน์ (Globalization), การโคลนนิ่งแกะดอลลี่ (1996) และการขยายตัวของอินเตอร์เน็ตไปทั่วโลก

          ในประเทศไทยนั้น ผลของโลกาภิวัฒน์ทำให้ประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างมากในช่วงต้นยุคพลูโตราศีธนู แต่เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทำให้หยุดชะงักไปพักใหญ่ จนเมื่อทักษิณ ชินวัตรขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ. 2544 ก็นำพาประเทศไทยให้มีการขยายตัวในทุกๆด้าน แต่ในแง่ลบก็ทำให้หนี้สินของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาเมื่อพลูโตเข้าสู่ราศีมกรต่อไป

พลูโตในราศีมกร

          ปัจจุบัน โลกของเราได้เริ่มเข้าสู่ยุคดาวพลูโตในราศีมกรแล้ว เมื่อดาวพลูโตโคจรเข้าสู่ราศีมกรเมื่อ 26 มกราคม 2551 แม้ว่าจะถอยกลับไปราศีธนูเมื่อ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ก็จะโคจรกลับเข้าราศีมกรอีกครั้งในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 และจะอยู่ในราศีมกรนี้เป็นเวลา 15 ปีจนถึงปี 2566

          ในทางโหราศาสตร์ ราศีมกร หมายถึง รัฐบาล ชนชั้นปกครอง สถาบัน องค์กรขนาดใหญ่ และโครงสร้างอำนาจ การที่ดาวพลูโตโคจรในราศีมกร ย่อมหมายถึง การเปลี่ยนแปลง การปฏิรูป การปฏิวัติ ในเรื่องราวที่ว่ามาทั้งสิ้น แต่หากเราต้องการจะทำความเข้าใจอิทธิพลที่ดาวพลูโตมีต่อโลกในช่วง 15 ปีนี้ให้ลึกซึ้ง เราควรที่จะกลับไปพิจารณาดูว่า ในอดีตเมื่อดาวพลูโตโคจรในราศีมกร โลกของเราเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมจึงได้ศึกษาย้อนกลับไป 3 ครั้ง เมื่อดาวพลูโตอยู่ในราศีมกรในศตวรรษที่ 13, 16 และ 18 ดังนี้

รอบศตวรรษที่ 13 (ค.ศ. 1269-1287 ตรงกับ พ.ศ. 1812-1830)

          ยุคนี้ดาวพลูโตใช้เวลาโคจรอยู่ในราศีมกรนาน 18 ปี ในขณะนั้นโลกของเราอยู่ในยุคที่โครงสร้างอำนาจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เมื่อจักรวรรดิมองโกลรุกรานแผ่ขยายอาณาเขตไปทั่วโลกทั้งเอเชียและยุโรป เราพบว่า ในปี ค.ศ. 1279 อาณาจักรมองโกลมีอำนาจเหนือดินแดนกว่า 33 ล้านตารางกิโลเมตร หรือ 22% ของพื้นดินบนโลก และมีประชากรภายใต้ปกครองกว่า 100 ล้านคน ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่ชนเผ่าเร่ร่อนที่แทบไม่มีอารยธรรมของตนเองกลับสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเอาชนะอาณาจักรซ้องอันยิ่งใหญ่ของชาวจีน แผ่ขยายอาณาเขตผ่านอาณาจักรมุสลิมในตะวันออกกลาง และรุกรานไปถึงรัสเซีย โปแลนด์ และฮังการี จนกล่าวได้ว่า เป็นยุคปฏิวัติโครงสร้างอำนาจของโลกครั้งใหญ่เลยทีเดียว

          ในประเทศไทยนั้น ตรงกับยุครุ่งเรืองอาณาจักรสุโขทัย รัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งเป็นการปฏิวัติโครงสร้างอำนาจของดินแดนแถบนี้เช่นกัน เมื่อพ่อขุนรามคำแหงสามารถสร้างสมบารมีจนก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัยที่มีอำนาจเหนืออาณาจักรข้างเคียง ขณะเดียวกันอาณาจักรเขมรก็เริ่มเสื่อมถอยอำนาจและอิทธิพลที่มีต่อดินแดนแถบนี้ลงไป

รอบศตวรรษที่ 16 (ค.ศ. 1516-1532 ตรงกับ พ.ศ. 2059-2075)

          ในศตวรรษที่ 16 ดาวพลูโตโคจรอยู่ในราศีมกรนาน 16 ปี และส่งผลต่อการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจของศาสนจักร นำโดย มาร์ติน ลูเธอร์ เป็นการเริ่มต้นของนิกายโปรแตสแตนท์ ที่ไม่ยอมรับอำนาจจากวาติกันอีกต่อไป ตามด้วยการประกาศแยกนิกายของราชวงศ์อังกฤษ ออกจากวาติกัน ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ทำให้อำนาจรวมศูนย์ของคริสตจักรที่มีต่อการเมืองยุโรปเสื่อมถอยลงไปอย่างชัดเจน

          ในประเทศไทย ยุคนี้ตรงกับรัชสมัยของ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 หรือพระเชษฐาธิราช ของอาณาจักรอยุธยา ตอนที่ผมค้นคว้าถึงยุคนี้ก็ค่อนข้างแปลกใจ เพราะตอนแรกผมคิดว่ายุคพลูโตราศีมกรน่าจะเป็นยุคที่มีการปฏิรูปการปกครอง แต่กลับพบว่าพระราชบิดาของพระองค์คือสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงปฏิรูปการปกครองมาเป็นระบบจตุสดมภ์ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นคว้าเพิ่มเติมก็พบว่า อิทธิพลพลูโตราศีมกรว่าด้วยการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจก็ส่งผลชัดเจนในยุคนี้ เพราะสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงจัดทำบัญชีกำลังพล เมื่อปี พ.ศ. 2461 ทำให้เกิดการเกณฑ์พลเมืองเข้ารับราชการทหารและพลเรือน ในรูปแบบของไพร่สม ไพร่หลวงและไพร่ส่วย ซึ่งผมคิดว่าส่งผลต่อคนจำนวนมากกว่าการใช้ระบบจตุสดมภ์ เพราะกระทบกับชายไทยทุกคนในราชอาณาจักร และมีผลจนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ในยุครัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ พระองค์ยังแผ่ขยายอิทธิพลของอยุธยาไปถึงคาบสมุทรมลายู โดยส่งกองทัพไปทำสงครามกับมะละกาถึง 2 ครั้ง แม้ไม่สำเร็จแต่ทำให้หัวเมืองทางใต้ยอมอยู่ในอำนาจของอยุธยาโดยส่งบรรณาการมาให้ทุกปี

รอบศตวรรษที่ 18 (ค.ศ. 1762-1778 ตรงกับ พ.ศ. 2305- 2321)

          ในศตวรรษที่ 18 ดาวพลูโตโคจรอยู่ในราศีมกรนาน 16 ปี และเช่นเคยโลกก็ตกอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจอย่างขุดรากถอนโคนและยาวนาน ในยุคนี้ เกิดสงคราม 7 ปี (1756-1763) ระหว่างมหาอำนาจกลุ่มอังกฤษ กับมหาอำนาจกลุ่มฝรั่งเศสและออสเตรีย ผลลัพธ์จบลงด้วยการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของอังกฤษ ตามด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรมเนื่องจากการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำของเจมส์ วัตต์ในปี 1769 และส่งท้ายยุคนี้เมื่อเกิดสงครามอิสรภาพในสหรัฐอเมริกา และสหรัฐอเมริกาประกาศอิสรภาพในปี 1776 ซึ่งทำให้อิทธิพลของยุโรปที่มีต่อทวีปอเมริกาลดถอยลงอย่างมาก

          ส่วนในประเทศไทยนั้น อยู่ในยุคปลายกรุงศรีอยุธยา บ้านเมืองเกิดความแตกแยก ขาดความสามัคคี ผู้นำไม่มีความสามารถและไม่มีคุณธรรม ทำให้เกิดการเสื่อมถอยจนถูกพม่าเข้าทำลาย เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ทำให้ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอยุธยาที่สืบทอดมานานกว่า 400 ปีต้องถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีกอบกู้เอกราชของชาติมาได้ ต้องย้ายเมืองหลวงมายังกรุงธนบุรี เพื่อสถาปนาอาณาจักรแห่งใหม่โดยไม่สามารถฟื้นคืนราชอาณาจักรเก่ามาได้

อิทธิพลของดาวพลูโตในราศีมกรระหว่าง ค.ศ. 2008-2023

          ในทางโหราศาสตร์ เราไม่สามารถพยากรณ์เหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำหากพิจารณาปัจจัยเพียงปัจจัยเดียว การที่ดาวพลูโตโคจรเข้าราศีมกร เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น หรือพูดได้ว่า เป็นเข็มสั้นที่ชี้เรื่องใหญ่ไว้แล้ว รอแต่เข็มยาวและเข็มวินาทีมาเคาะ จึงจะเกิดเหตุการณ์ชัดเจนออกมา ดังนั้น เราจึงต้องพิจารณาปัจจัยและโครงสร้างอื่นๆบนท้องฟ้าประกอบด้วย จึงจะพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ แต่การพิจารณาอิทธิพลของดาวพลูโตซึ่งเป็นดาวยุค ย่อมเป็นสารสนเทศสำคัญที่นักโหราศาสตร์จะได้นำไปประกอบการพยากรณ์ในเรื่องต่างๆ

          จากวงรอบดาวพลูโตราศีมกรที่ผ่านมาในอดีตทั้ง 3 รอบ เราพบว่า เกิดการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจทางการเมืองอย่างถอนรากถอนโคน และส่งผลไปยังทุกๆประเทศในโลก ดังนั้น เมื่อเรามาพิจารณาวงรอบในปัจจุบัน ก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าจะมีการปฏิรูปโครงสร้างของสังคม โครงสร้างอำนาจ และโครงสร้างการบริหาร ของโลก เชื่อได้เลยว่า จะมีมหาอำนาจที่เสื่อมอำนาจลง และจะเกิดมหาอำนาจใหม่ขึ้นมาแทน

          หากตั้งคำถามต่อไปว่า แล้วใครจะเป็นผู้แพ้ หรือใครจะเป็นผู้ชนะในยุคนี้ คำตอบก็คือ “ผู้ที่สามารถปฏิรูปเปลี่ยนแปลงตนเองได้เท่านั้นจึงจะเป็นผู้ชนะ” แต่ไม่ใช่ว่าผู้ชนะในตอนแรกของยุคนี้ จะเป็นผู้ชนะในตอนสุดท้าย ดังที่เราเห็นว่าในศตวรรษที่ 18 อังกฤษเป็นผู้ชนะฝรั่งเศสในตอนแรก แต่กลับต้องสูญเสียโลกใหม่อย่างอเมริกาไปในตอนท้ายของยุค ดังนั้น หากต้องการเป็นผู้ชนะ การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นการทำอย่างจริงจังและเห็นผล ไม่ใช่ทำๆหยุดๆ

          เท่าที่เห็นในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจของโลก กำลังอยู่ในภาวะถดถอยอย่างรุนแรง จากพฤติกรรมความโอหังในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา และกำลังจะได้รับผลตอบแทนจากการกระทำของตนเอง การที่ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างนายบารัก โอบามา ประกาศนโยบาย “Change” นั้น ถือว่าตรงกับปรากฏการณ์ดาวพลูโตในราศีมกรอย่างยิ่ง หากสหรัฐอเมริกาได้นายโอบามาเป็นประธานาธิบดีจริงและมีการปฏิรูปประเทศตนเองอย่างจริงจัง ก็ยังมีโอกาสที่จะรักษาอำนาจของตนในระดับโลกไว้ได้

          ในยุคพลูโตราศีมกรระหว่างปี 2008-2023 นี้ คาดว่า เราจะเห็นการปฏิรูปการปกครองเกิดขึ้นในประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยของเรา ระบบการปกครองและบริหารราชการแผ่นดินกำลังอยู่ในภาวะถูกท้าทายอย่างวิกฤติ คนไทยจะต้องร่วมกันคิดอ่านหาทางปฏิรูปการเมืองการปกครองของเราให้ทันต่อยุคสมัยและเกิดประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด มิฉะนั้น ความเป็นผู้นำของไทยในภูมิภาคก็จะเสื่อมถอยลงไป จนถูกประเทศอื่นแซงขึ้นไปอย่างน่าเสียใจ อย่างไรก็ดี คนไทยเรามีแนวทางการปฏิรูปสำคัญที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็นที่รักยิ่งของคนทั้งหลาย นั่นคือ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพราะความพอเพียงคือราศีมกร พลูโตคือการปฏิรูป รวมความกันคือ การปฏิรูปไปสู่ความพอเพียง หากเรารวมใจทำเช่นนั้นจริง ประเทศไทยของเราย่อมก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน

          หากเรามาคิดเรื่องเรื่องใกล้ตัวเข้ามา เราย่อมมองเห็นว่าในยุคพลูโตราศีมกรนี้ บริษัทองค์กรห้างร้านต่างๆจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารอย่างแน่นอน พวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงก็จะตกยุคหายไปจากเวที หากเราต้องการอยู่รอดในยุคนี้ จำเป็นจะต้องปรับตัวปฏิรูปตัวเองให้เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ล้าสมัยหรือล้าหลัง คำว่ารุ่นใหม่ ไม่ได้หมายถึง ความฟุ่มเฟือย ความฟุ้งเฟ้อ เพราะนั่นคือยุคราศีธนูซึ่งผ่านไปแล้ว แต่หมายถึง ความพอเพียง ในแบบฉบับของราศีมกร นั่นเอง

          ข้อควรระวังสำหรับลูกจ้างประจำ คือให้ระวังการปรับโครงสร้างและการลดขนาด โดยเฉพาะบริษัทองค์กรขนาดใหญ่ที่ตรงกับความหมายของราศีมกร โดยเราได้เเห็นว่าตลอดปี 2551 ที่ผ่านมา เราพบข่าวการลดพนักงานของบริษัทชั้นนำทั่วโลก เช่น Citibank, Merrill Lynch ฯลฯ สำหรับเจ้าของกิจการ ให้ดูว่าธุรกิจที่เราทำอยู่ มีอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง อย่าไปยึดติดกับความสำเร็จเก่าๆ เพราะมันจะไม่มีอีกแล้ว เมื่อหลายปีก่อน Michael Hammer ผู้คิดค้น Re-engineering เคยเขียนไว้ว่า "If you think you're good, you're dead" ผมยังเชื่อว่าคำพูดนี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคพลูโตราศีมกร

          จำไว้นะครับ ถ้าจะอยู่รอดในยุคพลูโตราศีมกร อย่าเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี แต่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปไปสู่ความพอเพียง ดังปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระเจ้าอยู่หัวของเราพระราชทานมาให้คนไทยทุกคน

เอกสารอ้างอิง

1. Michelsen, Neil F., Tables of Planetary Phenomena, 3rd edition, (Starcrafts Publishing, Inc. 2007)

2. Gillett, Roy; Astrology and Compassion the Convenient Truth, (Kings Hart Books, 2007)

3. Brown, Philip; Cosmic Trends: Astrology connects the dots, (Llewellyn Publications, 2006)

4. สมาคมดาราศาสตร์ไทย; พจนานุกรมศัพท์ดาราศาสตร์อังกฤษ-ไทย, (สมาคมดาราศาสตร์ไทย, 2548)

5. พลตรีประยูร พลอารีย์; คัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิ, (โรงเรียนโหราศาสตร์กรุงเทพ, 2521)

6. Solarsystem.nasa.gov

7. Thaiastro.nectec.or.th

8. En.wikipedia.org

หมายเหตุ

          คุณเปลว สีเงิน ได้แนะนำบทความ "พลูโตในยุคสมัยต่างๆ" ลงในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2551 โดยมีเนื้อหาดังนี้

"ยมเทพใต้พิภพ"จ้าวแห่งการปฏิรูป

โดย เปลว สีเงิน
20 กันยายน 2551

ไทยกับสหรัฐนั้น อยู่คนละซีกโลก แต่จะมีเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นในประเทศคล้ายๆ กัน ผมก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด แต่มีโหราจารย์ที่ใช้สถิติทางการโคจรของดวงดาวเป็นฐานพยากรณ์บอกว่า เพราะ "ไทย-สหรัฐ" ตั้งอยู่ในอิทธิพลของเส้นแวง หรือเส้นลองจิจูดเดียวกัน!?

ในขณะที่ไทยกำลังเข้าสู่เส้นทาง "ปฏิรูป" เกิดตุลาการภิวัตน์ เกิดปฏิรูประบบราชการ เกิดพันธมิตรฯ โพกเหลือง เกิด นปช.โพกแดง เกิดอะไรอีกมากมายในลักษณะ "ความคิดแยก-สังคมแตกตัว"

จากกลุ่มบุคคล คณะบุคคล ตั้งแต่ระดับปัญญาชนท้องถนน ไปจนถึงระดับปัญญาชนบนหอคอยงาช้าง  อย่างเช่นพวก  อาจารย์  นักวิชาการ นักการเมือง และนักวาทกรรมรับจ้าง

ในความเหมือน-ความต่าง  ทั้งในวาทะ  วิวาทะ  และทั้งตื้นเขิน-ล้ำลึกทั้งหมดนั้น ล้วนมุ่งสู่จุดเดียวกัน คือ

สู่สังคม "อนาคตใหม่"!

อีกซีกโลก  ที่สหรัฐอเมริกาก็เหมือนกัน  Change ในความหมายปฏิรูป หรือการเปลี่ยนสังคมอเมริกันสู่อีกมิติ โดยนายบารัก โอบามา ผู้ชิงชัยประธานาธิบดีจากเดโมแครต เป็นผู้จุดไฟหวังดวงใหม่ขึ้น

ปรากฏว่า "ได้ใจ" คนอเมริกันมาก ยิ่งนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีรีพับลิกัน ๘ ปีในตำแหน่ง เป็น  ๘  ปีแห่งการนำคนอเมริกันสู่หายนะทั่วหน้า เวิลด์คอมเจ๊ง เอนรอนเจ๊ง สถาบันธุรกิจ และสถาบันการเงิน ไล่กันเจ๊งเป็นลูกระนาด แล้ววันนี้ก็มาถึง

เลห์แมน บราเธอร์ส เจ๊ง!

การล้มละลายของเลห์แมน ไม่พินาศเฉพาะสหรัฐ แต่ทำให้ทั้งโลกได้รับผลกระทบตามกันไปตามฐานานุรูปด้วย ถึงธนาคารกลางของหลายประเทศอัดฉีดเงินเข้าไป แต่ก็คงดองศพได้ระยะหนึ่งเท่านั้น ตราบใดที่ซับไพรม์อันเป็น "ต้นเหตุ" ยังอยู่

ตราบนั้น วันฟื้นจริงๆ ของสหรัฐจะยังไม่มี!

มอร์แกน  สแตนเลย์  และโกลด์แมน  แซคส์  เป็นอันดับต่อไป ไม่มีทางอยู่อย่างยิ่งใหญ่และยโสได้เหมือนเดิมแน่ ถ้าไม่ต้องการล้มละลาย ก็ต้องขาย หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนมือ

โลกหมุนซีกตะวันออกรับแสง และส่งซีกตะวันตกเข้ามุม "อับแสง" แล้วครับ!?

เหตุการณ์ทั้งในประเทศไทย และทั้งในสหรัฐอเมริกา ขอบอกว่า "นี่..เพียงเริ่มต้น" เท่านั้น  ผมอยากให้แต่ละท่านสังเกต  ทั้งไทย-สหรัฐ คนละเรื่องราวแท้ๆ แต่ในปฏิกิริยาสังคมเศรษฐกิจ-การเมืองนั้น

กลับเหมือนยังกะ "โคลนนิ่ง"!?

อเมริกันชนกำลังเบื่อระบบสังคมเก่า  แสวงหาสิ่งใหม่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า  แล้ว CHANGE..CHANGE..CHANGE ก็ติดอยู่ในลมหายใจคนอเมริกันขณะนี้

ส่วนไทยเรา วันนี้ก็มีแต่คำว่า  ตุลาการภิวัตน์บ้าง ปฏิรูปการเมืองบ้าง การเมืองใหม่บ้าง  ประชาภิวัตน์บ้าง  รัฐบาลแห่งชาติบ้าง  ซึ่งความหมายในคำเรียกหาหลากหลายนั้น

รวมอยู่ในคำเดียวกัน คือ CHANGE..CHANGE..CHANGE!

แล้วอเมริกันชน และสยามชนจะ CHANGE ระบบสังคมของประเทศตัวเองได้ไหม?

บางท่านอาจสงสัยใคร่ถาม ผมตอบได้โดยไม่ลังเลทันทีเลยว่า

ได้ ๑,๐๐๐%!!

ผมเอาอะไรมารับประกันถึงขนาด ๑,๐๐๐% คำตอบก็คือ "สถิติแห่งดวงดาว" นั่นเอง ซึ่งผมก็เคยพูดมาเสมอว่า "โลกเข้าสู่วงรอบแห่งการเคลื่อนตัวของดาวพลูโตจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งแล้ว"

ดาวพลูโต คืออะไร?

ดาวพลูโต คือ CHANGE หรือ ปฏิรูป นั่นเอง!

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดร.จรัสโรจน์ บถดำริห์ ได้จัดสัมมนา "ปรากฏการณ์ฟ้าบ่งชี้ภัยพิบัติธรรมชาติ" ครั้งที่ ๔ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เนื่องในวัน "โหรจรัญ"

"โหรจรัญ" คือ ท่านอาจารย์ "จรัญ พิกุล" ผู้เป็นปราชญ์แห่งศาสตร์ยูเรเนียน "หนึ่งเดียว" ในสยามประเทศ  ซึ่งท่านล่วงลับไป  ๒  ปีแล้ว 

และในโอกาสครบรอบปีแห่งการจากไป  บุตรชายของท่านและคณะศิษย์ได้จัดสัมมนาคารวะ-รำลึกประจำปีขึ้น งานผ่านไปแล้ว  แต่ ดร.จรัสโรจน์ท่านกรุณาส่งเอกสารที่แจกในงานมาให้ผม ๓-๔ เล่ม

อ่านเรื่อง "พลูโตในยุคสมัยต่างๆ" โดย Pallas หรืออาจารย์พงษ์พันธุ์ วงศ์หนองเตย  แล้ว  ผมตื่นตา-ตื่นใจมาก จากสถิติบันทึกเหตุการณ์โลก-เหตุการณ์ไทยผ่านพลูโตโคจรในแต่ละราศีขยับ ผมอยากจะบอกว่า

ดวงดาวไม่ได้กำหนดชะตาโลก-ชะตาคนหรอกครับ แต่คนและโลกคือส่วนหนึ่งของดวงดาวตะหาก!?

เพื่อเป็น "ความรู้รอบตัว" ผมขออนุญาตคัดลอกแต่ละช่วง แต่ละตอนในบทความวิชาการของ Pallas มาให้ได้อ่านกันอย่างนี้ครับ

ในปี พ.ศ.๒๕๕๑ นี้ มีปรากฏการณ์บนฟ้าที่สำคัญคือ การย้ายราศี จากราศีธนู มาสู่ราศีมกรของดาวพลูโต โดยดาวพลูโตได้เริ่มโคจรเข้าสู่ราศีมกรในวันที่  ๒๖ มกราคม  จากนั้น โคจรถอยกลับมายังราศีธนูในวันที่ ๑๔ มิถุนายน และจะยกเข้าสู่ราศีมกรเต็มตัวในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ที่บอกว่าเป็นปรากฏการณ์สำคัญ  เป็นเพราะว่าดาวพลูโตมีความหมายในทางโหราศาสตร์ว่าด้วย  การปฏิรูป การปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลง และวัฒนาการ ดังนั้น เมื่อโคจรเข้าสู่ราศีใด ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเรื่องราวในราศีนั้นอย่างแน่นอน

เนื่องจากดาวพลูโตมีคาบการโคจรที่นาน ทำให้ใช้เวลาโคจรในแต่ละราศีมากกว่า  ๑๐  ปี  ในบางครั้งอาจอยู่ในราศีนั้นนานถึง  ๓๐  ปี  ซึ่งส่งผลให้เราสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัยได้ชัดเจน

...คาบการโคจรของพลูโตรอบดวงอาทิตย์นั้น  ใช้เวลาประมาณ  ๒๔๘  ปี ต่อหนึ่งรอบจักรราศี หรือโคจรผ่านแต่ละราศีประมาณราศีละ ๒๐  ปี  แต่เนื่องจากวงโคจรที่ประหลาด ทำให้บางช่วงใช้เวลาผ่านหนึ่งราศีมากกว่า  ๓๐ ปี บางช่วงกลับใช้เวลาเพียง  ๑๒  ปี  ลักษณะโคจรเป็นรูปวงรี..

พลูโตเป็นชื่อเทพเจ้าโรมัน ตรงกับเทพเจ้าฮาเดส (Hades) ของกรีก หมายถึงเทพเจ้าแห่งยมโลก มีความหมายเกี่ยวกับพัฒนาการ การเปลี่ยนรูป การเกิดใหม่ ซึ่งมาจากการที่เทพพลูโตที่เป็นเจ้าแห่งยมโลก  เมื่อคนเราตายไป ก็จะลงไปยังยมโลกเพื่อรับคำตัดสินที่จะถูกลงโทษในขุมนรก  หรือได้รับรางวัลด้วยการส่งไปยังทุ่งอิลิเซียม (Elysium สวรรค์ของชาวกรีกโบราณ)

การกลายสภาพจากมนุษย์บนพื้นโลกไปสู่ยมโลก ก็สะท้อนถึงการเกิดใหม่ หรือการเปลี่ยนรูป หรือจะเรียกว่าพัฒนาการก็ได้เช่นกัน ส่วนดาวฮาเดสที่เป็นดาวทิพย์ของโหราศาสตร์ยูเรเนียน เน้นความหมายถึงสภาพทุกขเวทนาในยมโลกมากกว่า

....เทพพลูโต  ปกครองดินแดนใต้โลก  หรือยมโลกนั่นเอง  อาณาจักรยมโลกของเทพพลูโตนั้น เป็นดินแดนเร้นลับ อยู่ภายใต้พื้นโลกที่แสงอาทิตย์ส่องไปไม่ถึง ดังนั้น  การเปลี่ยนแปลงของดาวพลูโต  จะเป็นการเปลี่ยนแปลงจากภายใน  เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นไม่ชัด

ด้วยความที่เป็นเจ้าแห่งยมโลก เทพพลูโตจึงเป็นผู้ที่มีความยุติธรรมทุกขณะ มีความมั่นคงเข้มแข็ง  ไม่อ่อนไหวต่อสิ่งใด  ออกจะแข็งกร้าวกระด้าง  จึงทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นเทพที่น่ากลัว

เช่นเดียวกัน  อิทธิพลทางดาราศาสตร์ของพลูโตจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างแข็งกร้าว  ดูเหมือนไม่มีความเมตตา  เพราะเป็นการอวสานของสถานะในปัจจุบัน และนำไปสู่สถานะใหม่ของชีวิตต่อไป

.....ในยุคพลูโตราศีมกรระหว่างปี ๒๕๕๑-๒๕๖๖ คาดว่าเราจะเห็นการปฏิรูปการปกครองเกิดขึ้นในประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง   สำหรับประเทศไทย ระบบการปกครองและบริหารราชการแผ่นดินกำลังอยู่ในภาวะถูกท้าทายอย่างวิกฤติ

คนไทยจะต้องร่วมกันคิดอ่านหาทางปฏิรูปการเมือง-การปกครองของเราให้ทันต่อยุคสมัย จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด มิฉะนั้น ความเป็นผู้นำของไทยในภูมิภาคก็จะเสื่อมถอยลงไป จนถูกประเทศอื่นแซงขึ้นไปอย่างน่าเสียใจ

อย่างไรก็ดี คนไทยเรามีแนวทางการปฏิรูปสำคัญที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็นที่รักยิ่งของชนทั้งหลาย นั่นคือ "ปรัชญาเศรษกิจพอเพียง" เพราะความพอเพียงคือราศีมกร พลูโตคือการปฏิรูป รวมความกันก็คือ

"ปฏิรูปไปสู่ความพอเพียง" พวกเรารวมใจทำเช่นนั้นจริง  ประเทศไทยของเราย่อมก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน...

ครับ..นี่คือรหัสดาวพลูโตที่ Pallas ท่านไขไว้ให้ ซึ่งน่าจะช่วยให้ "ทำความเข้าใจ" กับความเป็นไปของสังคมโลก และสังคมไทยได้พอสมควรทีเดียว

Change ของโอบามา เป็นเพียงอีก Change หนึ่ง อาจไม่ใช่ Change ในมิติขององค์การ  Freemason ใต้อาณัติสมาคมหัวกะโหลกกระดูกไขว้ skull and Bones ที่ขับเคลื่อนโลกขณะนี้อยู่ด้วย "มนตรีแห่งความสัมพันธ์ต่างประเทศ" หรือที่รู้จักกันในนามองค์กร CFR อันย่อมาจาก Council on Foreign Relations

โอบามา  หวังเปลี่ยนแค่สังคมอเมริกัน แต่ Change ของ CFR หวังเปลี่ยนสังคมและเศรษฐกิจทั้งโลกไปสู่ความเป็น "รัฐบาลโลก"

นโยบายเดียว เงินตราสกุลเดียว ราชันโลกคนเดียว คำสั่งเดียว รวบรวมการเงิน  การเมือง  การศาสนา  และปัญญาทัศน์  ทั้งหมดในโลกรวมเป็น  New World Order

โลกมีแต่สันติสุข  ไม่มีการแย่งทรัพยากร ไม่มีการขาด-การแย่งอาหาร ไม่มีกองทัพ ทุกประเทศต้องสละอำนาจอธิปไตยเข้ามาเป็นเพียงรัฐหนึ่งในรัฐบาลโลก นี่คือเป้าหมายของ  CFR ที่ผู้ทรงอิทธิพลการเงิน-การเมือง-เศรษกิจ-การค้า ของยุโรปและสหรัฐ

รวมตัวทำต่อเนื่องกันมานับร้อยปีจนถึง ณ ปัจจุบันนี้!

เฟด หรือธนาคารกลางสหรัฐ แบงก์โลก ไอเอ็มเอฟ เลห์แมน บราเธอร์ส กระทั่ง  โกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนเลย์ แก๊งเดียว-กลุ่มเดียวกัน เป็นสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นด้วยกลไก CFR ด้วยกันทั้งนั้น

ฉะนั้น วิกฤติที่เกิดในสหรัฐ ต้องจับตาด้วยว่า "สหรัฐกำลังมาแผนไหน?"

ก็สรุปได้ว่า   Change ครับ โลกกำลังเปลี่ยน แต่ใครจะเปลี่ยนไปทางไหน-แบบใด ก็ขึ้นอยู่กับวิถีใคร-วิถีมัน สำหรับบ้านเรา  ก็เห็นชัดอยู่แล้วถึงปฏิกิริยา Change ด้วยพลูโต..ดาวแห่งตุลาการภิวัตน์. "

จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2551  http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=20/Sep/2551&news_id=164182&cat_id=200




เจาะลึกโหรา

ธาตุทั้งสี่ และการนำไปใช้เชิงจิตวิทยา
ไฟ ดิน ลม น้ำ ปฐมบทของโหราศาสตร์
ดวงจีโอเดติก ดาวพลูโต และวงรอบเสียกรุง 2310
โหราศาสตร์กับเงินตราสกุลหลักของโลก article
คัมภีร์เตตราบิโบลส ต้นธารของโหราศาสตร์ไทยและยูเรเนียน? article
บ้านเหนือ บ้านใต้ ตอนจบ article
บ้านเหนือ บ้านใต้ ตอน 1 article
เรือนชะตาจันทร์ 28 เรือน article
การกลับมาของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Return of Great Depression?) article
เรือนชะตา 24 ระบบ article
โหราศาสตร์ธุรกิจ: กรณีศึกษาอัตราเงินเฟ้อและตลาดหลักทรัพย์ไทย article
ข่าวล่า เกี่ยวกับการประชุมโหราศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๘ article
การประชุมทางวิชาการโหราศาสตร์ระหว่างชาติประจำปี ๒๕๑๘ article
รู้จักดาวทิพย์ในโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตอน 4: เซอุส article
รู้จักดาวทิพย์ในโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตอน 3: ฮาเดส article
เลือกฤกษ์มงคลด้วยตนเอง article
รู้จักดาวทิพย์ในโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตอน 2: คิวปิโด article
รู้จักดาวทิพย์ในโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตอน 1: ที่มาของดาวทิพย์ article
ความเป็นมาของโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตอนจบ article
ความเป็นมาของโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตอน 1 article
Daylight Saving Time หรือ Summer Time ปัญหากวนใจของนักพยากรณ์ article
คอมพิวเตอร์ในวงการโหราศาสตร์ article
วิวัฒนาการ ของ โหราศาสตร์ article
โหราศาสตร์ กับที่มาของวันทั้ง 7 ในรอบสัปดาห์ article
จารึกมรกต : ที่มาของ ปรัชญามูลฐาน แห่ง โหราศาสตร์ article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (87846)
ขอรบกวนถามเจ้าของบทความหน่อยครับว่าโอบามาจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครับเพราะดูเหมือนว่ากำลังจะหมดรอบของอเมริกาแล้ว ประมาณว่าคนที่เป็นนความหวังอาจอยู่ได้ไม่นานแต่คนที่ไม่ต้องการกลับอยู่ทนทายาทเหมือนปธน.อมเริการคนก่อนหน้าที่ควบ2สมัย
ผู้แสดงความคิดเห็น สงสัยจัง วันที่ตอบ 2009-07-26 22:32:00


ความคิดเห็นที่ 2 (110274)

คุณเปลว สีเงิน นักหนังสือพิมพ์อาวุโส ได้กรุณาให้เกียรติอ้างอิงถึงบทความ "พลูโตในยุคสมัยต่างๆ" ที่ผมเขียนเมื่อปี 2551 อีกครั้ง ดังนี้

http://www.thaipost.net/news/060513/73135 

คุยกันสบายๆใต้ร่มดาว "พลูโต"

โดย เปลว สีเงิน

วันนี้ (จันทร์ที่ ๖ พ.ค.) เขาหยุดชดเชยกัน ผมก็ขี้เกียจชดเชยมั่ง เลยไปค้นหนังสืออ่าน เจอสูจิบัตรงาน "วันโหรจรัญ" เมื่อปี ๒๕๑๑ ซึ่งมีการสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง "ปรากฏการณ์ฟ้าบ่งชี้ภัยพิบัติธรรมชาติ" ในเล่ม คุณ Pallas ได้เขียน "พลูโตยุคสมัยต่างๆ" ในลักษณะค้นคว้า-รวบรวม-เรียบเรียง ด้วยยูเรเนียนศาสตร์ ตามแนวท่านอาจารย์ "จรัญ พิกุล" ไว้น่าพิเคราะห์
    ระยะนี้มีคนเพ่งเล็งความเป็นไปของโลก-ของไทยผ่านการ "ถอดรหัสดาว" กันมาก แต่มีดาวหนึ่งที่ไม่มีใครพูดถึง หรือนำมาถอดรหัสเลย คือดาวพลูโต อาจเป็นเพราะถูกปลดจากทำเนียบดาวเคราะห์ไปแล้วก็เป็นได้ แต่นั่น...เรื่องของมนุษย์
    ถึงถอด อิทธิพล "ดาวตุลาการ" ก็ยังเหนือมนุษย์อยู่ดี!
    "พลูโต" มีความยุติธรรมในการตัดสินคดีความเฉียบขาด เป็นดาวบ่งบอก "ผลัดยุค-สู่ยุค" ของโลกและมนุษย์ ส่วนประเทศไทยเรา นับจาก พ.ศ.๒๕๕๑ ยาวนานไปจนถึง ๒๕๖๖ เมื่อพลูโตเข้าราศีมังกร ความหมายก็คือ ประเทศไทยเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
    กฎหมาย "ภายใต้กระบวนการยุติธรรม" จะเป็นไฟร้อนแรง "หลอมสิ่งชั่วร้าย"!
    คุณ Pallas ค้นคว้าและเรียบเรียงไว้ในเรื่อง "พลูโตในยุคสมัยต่างๆ" เมื่อ ๖ ปีก่อน ผมกลับมาอ่านวันนี้อีกครั้ง ถ้าเป็นการตรวจหวย หวยคุณ Pallas รางวัลที่ ๑...โอกาสสูงมาก!
    ความจริง เมื่อ ๖ ปีก่อน ผมเคยนำบางตอนมาพูดคุยตรงนี้ แต่เมื่อพลูโต "หรือยมทูตใต้พิภพกระชับพื้นที่" รัดติ้วขึ้น ก็อยากยก "ประเด็นสำคัญๆ" มาให้อ่านอีกที พวกที่รู้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องอ่าน และไม่ต้องเหยียบย่ำ ด้วยอวดรู้ อวดตัวเหนือ
    ต่อไปนี้ "บางตอน" จากงานค้นคว้าของคุณ Pallas ในเรื่อง "พลูโตในยุคสมัยต่างๆ" นะครับ.....
    ในปี ๒๕๕๑ นี้ มีปรากฏการณ์บนฟ้าที่สำคัญคือ การย้ายราศีจากราศีธนูมาสู่ราศีมกรของดาวพลูโต โดยดาวพลูโตได้เริ่มโคจรเข้าสู่ราศีมกรในวันที่ ๒๖ มกราคม จากนั้นโคจรถอยกลับมายังราศีธนูในวันที่ ๑๔ มิถุนายน และจะยกเข้าสู่ราศีมกรเต็มตัวในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
    ที่บอกเป็นปรากฏการณ์สำคัญ นั่นเป็นเพราะ ดาวพลูโตมีความหมายทางโหราศาสตร์ ว่าด้วยการปฏิรูป การปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลง และวิวัฒนาการ ดังนั้น เมื่อโคจรเข้าราศีใด ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในราศีนั้นอย่างแน่นอน
    เนื่องจากดาวพลูโตมีคาบการโคจรที่นาน ทำให้ใช้เวลาโคจรในแต่ละราศีมากกว่า ๑๐ ปี ในบางครั้งอาจอยู่ในราศีนั้นนานถึง ๓๐ ปี ซึ่งส่งผลให้เราสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัยได้ชัดเจน
    บทความนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับดาวพลูโตในหลายๆ มิติ ทั้งดาราศาสตร์ เทพปกรณัม โหราศาสตร์ และเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีต เมื่อพลูโตเข้าไปอยู่ในแต่ละราศี นำไปสู่การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในยุคที่พลูโตเข้าสู่ราศีมกร ระหว่าง พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๖๖ และจะเป็นสารสนเทศสำคัญ สำหรับผู้สนใจที่จะนำไปวางแผนชีวิตในยุค ๑๕ ปีที่ดาวพลูโตโคจรในราศีมกรรอบนี้
    ในทางโหราศาสตร์ ดาวพลูโตเป็นดาวที่มีอิทธิพลในด้านการปฏิรูป การเปลี่ยนแปลง พัฒนาการ วิวัฒนาการ การเจริญเติบโตจากภายใน การแตกแขนง การสถาปนาใหม่ การปฏิวัติ นอกจากนี้ ดาวพลูโตยังอยู่ในกลุ่มดาวเคราะห์ทั้ง ๔ แห่งเวลา โดยให้ความหมาย "เป็นพลังงานการสร้างของอดีต" ต่างจากฮาเดส ที่เป็น "พลังงานการทำลายของอดีต"
    ดาวพลูโตได้รับจัดเป็นดาวเกษตร (Rulership) ของราศีพิจิก และอุจ (Exaltation) ในราศีเมษ เนื่องจากดาวพลูโตเป็นดาวมีขนาดเล็ก โคจรช้า ทำให้อิทธิพลของพลูโตมีลักษณะค่อยๆเปลี่ยนแปลงแทบไม่รู้ตัว แต่ส่งผลลึกซึ้งถึงระดับโครงสร้าง ต่างจากดาวยูเรนัส (มฤตยู) ที่แสดงผลรุนแรงรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ดาวพลูโตจึงเหมาะที่จะนำมาอธิบายยุคสมัยต่างๆ ได้อย่างดี
    ดาวพลูโตมีวงรอบที่ประหลาดไม่เหมือนดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะ เพราะมีวงโคจรที่บางช่วงจะมาทับซ้อนกับดาวเนปจูน อย่างไรก็ตาม เราสามารถประมาณคาบการโคจรของดาวพลูโตได้ว่า จะใช้เวลาประมาณ ๒๔๘ ปีต่อหนึ่งรอบจักรราศี หรือโคจรผ่านแต่ละราศี ประมาณราศีละ ๒๐ ปี แต่เนื่องจากวงโคจรที่ประหลาดทำให้บางช่วงใช้เวลาผ่านหนึ่งราศีมากกว่า ๓๐ ปี บางช่วงกลับใช้เวลาเพียง ๑๒ ปี
    เนื่องจากความหมายหลักของพลูโต คือการปฏิรูป (Transformation) ทำให้เราสามารถพยากรณ์ยุคสมัยแต่ละยุคได้ โดยยึดหลักว่า เมื่อพลูโตโคจรผ่านราศีอะไร ก็จะมีการปฏิรูปเกิดขึ้นในความหมายของราศีนั้น
    อิทธิพลของดาวพลูโตในราศีมกร ระหว่าง ค.ศ.๒๐๐๘-๒๐๒๓
    ในทางโหราศาสตร์ เราไม่สามารถพยากรณ์เหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำหากพิจารณาปัจจัยเพียงปัจจัยเดียว การที่พลูโตโคจรเข้าราศีมกรเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น หรือพูดได้ว่าเป็นเข็มสั้นที่ชี้เรื่องใหญ่ไว้แล้ว รอแต่เข็มยาวและเข็มวินาทีมาเคาะจึงจะเกิดเหตุการณ์ชัดเจนออกมา
    ดังนั้น เราต้องพิจารณาปัจจัยและโครงสร้างอื่นๆ บนท้องฟ้าประกอบด้วยจึงจะพยากรณ์ได้แม่นยำ แต่การพิจารณาอิทธิพลของพลูโตซึ่งเป็นดาวยุค ย่อมเป็นสารสนเทศสำคัญที่นักโหราศาสตร์จะได้นำประกอบการพยากรณ์ในเรื่องต่างๆ
    จากวงรอบพลูโตราศีมกรที่ผ่านมาในอดีตทั้ง ๓ รอบ เราพบว่า เกิดการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจทางการเมืองอย่างถอนรากถอนโคน และส่งผลไปยังทุกๆ ประเทศในโลก ดังนั้น เมื่อเรามาพิจารณาวงรอบในปัจจุบันก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า จะมีการปฏิรูปโครงสร้างของสังคม โครงสร้างอำนาจ และโครงสร้างการบริหารของโลก
     เชื่อได้เลยจะมีมหาอำนาจที่เสื่อมอำนาจลง และจะเกิด "มหาอำนาจใหม่" ขึ้นมาแทน!
    หากตั้งคำถามต่อไปว่า แล้วใครจะเป็นผู้แพ้ หรือใครจะเป็นผู้ชนะในยุคนี้ คำตอบก็คือ “ผู้ที่สามารถปฏิรูปเปลี่ยนแปลงตนเองได้เท่านั้นจึงจะเป็นผู้ชนะ” แต่ใช่ว่าผู้ชนะในตอนแรกของยุคนี้ จะเป็นผู้ชนะในตอนสุดท้าย
    ดังที่เห็นในศตวรรษที่ ๑๘ อังกฤษเป็นผู้ชนะฝรั่งเศสตอนแรก แต่กลับต้องสูญเสียโลกใหม่อย่างอเมริกาไปในตอนท้ายของยุค ดังนั้นหากต้องการเป็นผู้ชนะ การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นการทำอย่างจริงจังและเห็นผล ไม่ใช่ทำๆ หยุดๆ
    เท่าที่เห็นในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงว่า "ประเทศสหรัฐอเมริกา" มหาอำนาจโลก กำลังอยู่ในภาวะถดถอยอย่างรุนแรง จากพฤติกรรมโอหังในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมา และกำลังจะได้รับผลตอบแทนจากการกระทำของตนเอง การที่ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างนายบารัก โอบามา ประกาศนโยบาย “Change” นั้น ถือว่าตรงกับปรากฏการณ์ดาวพลูโตในราศีมกรอย่างยิ่ง
    หากสหรัฐได้นายโอบามาเป็นประธานาธิบดีจริง และมีการปฏิรูปประเทศตนเองอย่างจริงจัง ก็ยังมีโอกาสที่จะรักษาอำนาจของตนในระดับโลกไว้ได้!
    ในยุคพลูโตราศีมกร ระหว่างปี ๒๐๐๘-๒๐๒๓ นี้ คาดว่าเราจะเห็นการปฏิรูปการปกครองเกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ระบบการปกครองและบริหารราชการแผ่นดินกำลังอยู่ในภาวะถูกท้าทายอย่างวิกฤติ
    คนไทยจะต้องร่วมกันคิดอ่านหาทางปฏิรูปการเมืองการปกครองของเรา ให้ทันต่อยุคสมัย และเกิดประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด มิฉะนั้น ความเป็นผู้นำของไทยในภูมิภาคก็จะเสื่อมถอยลงไป จนถูกประเทศอื่นแซงขึ้นไปอย่างน่าเสียใจ     อย่างไรก็ดี คนไทยมีแนวทางการปฏิรูปสำคัญที่ได้รับพระราชทานจาก "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ผู้เป็นที่รักยิ่งของคนทั้งหลาย นั่นคือ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”
    เพราะความพอเพียงคือราศีมกร พลูโตคือการปฏิรูป รวมความกันคือ การปฏิรูปไปสู่ความพอเพียง หากเรารวมใจทำเช่นนั้นจริง ประเทศไทยของเราย่อมก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน
    หากเรามาคิดเรื่องใกล้ตัวเข้ามา เราย่อมมองเห็นว่าในยุคพลูโตราศีมกรนี้ บริษัท องค์กร ห้างร้านต่างๆ จะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารอย่างแน่นอน พวกไดโนเสาร์-เต่าล้านปี ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็จะตกยุคหายไปจากเวที หากเราต้องการอยู่รอดในยุคนี้ จำเป็นต้องปรับตัว ปฏิรูปตัวเองให้เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ล้าสมัยหรือล้าหลัง
    คำว่า "รุ่นใหม่" ไม่ได้หมายถึง ความฟุ่มเฟือย ความฟุ้งเฟ้อ เพราะนั่นคือยุคราศีธนู ซึ่งผ่านไปแล้ว แต่หมายถึงความพอเพียง ในแบบฉบับของราศีมกรนั่นเอง!
    จำไว้นะครับ ถ้าจะอยู่รอดในยุคพลูโตราศีมกร อย่าเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี แต่จะต้องเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปไปสู่ความพอเพียง ดังปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ "พระเจ้าอยู่หัว" ของเรา พระราชทานแก่คนไทยทุกคน.

ผู้แสดงความคิดเห็น Pallas (pallas-at-horauranian-dot-com)วันที่ตอบ 2013-05-06 21:41:18



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
eXTReMe Tracker